รับผลิตครีม,โรงงานผลิตเครื่องสำอาง, ผลิตครีม, โรงงานผลิตครีม, ผลิตเครื่องสำอาง, บริษัทผลิตเครื่องสำอาง, cosmetic manufacturer, โรงงานผลิตครีมขายส่ง, โรงงานผลิตเครื่องสําอางค์, ผลิตเครื่องสำอางค์, manufacturer cosmetic, ผลิตครีมกิโล, โรงงานผลิตครีมหน้า

ผลิตอาหารเสริมคุณภาพ

- พัฒนาและวิจัยผลิตภัณฑ์

- ผลิต อาหาร เสริม 

- -ขึ้นทะเบียนขอ เลข อย. อาหารเสริม

- ออกแบบโลโก้ ฉลาก ผลิตภัณฑ์ โดยทีมงาน ออกแบบโลโก้ฟรี การ ออกแบบ โลโก้ เป็นสิ่งแรกที่สร้างการจดจำของแบรนด์

- บรรจุภัณฑ์หลากหลาย

- บรรจุสินค้าลงบรรจุภัณฑ์

- จดแจ้ง อย. ให้สินค้าภายใต้ชื่อแบรนด์ของลูกค้า

ผลิตภัณฑ์คุณภาพ ผ่านการิจัยและพัฒนา จากบุคคลากรที่มีประสบการณ์ ตอบโจทย์ทั้ง เรื่องคุณภาพ และราคา

รายการผลิตอาหารเสริม

- ผลิตอาหารเสริมสําหรับคุณสุภาพสตรี

- ผลิต อาหารเสริมบํารุงผิว

- ผลิตอาหารเสริมต่อต้านริ้วรอย ต่อต้านสารอนุมูลอิสระ

- ผลิตอาหารเสริมช่วยบํารุงสมอง และ ระบบประสาท

- ผลิตอาหารเสริมผิวขาว

- ผลิตอาหารเสริมช่วยบํารุงสายตา

- ผลิตอาหารเสริมช่วยการขับถ่าย Detox ดีท็อก

- ผลิตอาหารเสริมบํารุงร่างกายต่างๆ

- ผลิตอาหารเสริมลดความความอยากอาหาร

- ผลิตอาหารเสริมช่วยบํารุงเส้นเลือดและหัวใจ ลดโคเลสเตอรอล

- ผลิตอาหารเสริมลดน้ำหนัก

- ผลิตอาหารเสริมช่วยบํารุงเส้นเลือดและหัวใจ ลดโคเลสเตอรอล

- ผลิตอาหารเสริมสำหรับผู้มีปัญหาโรคเบาหวาน

- ผลิต Whey Protein 

- ผลิต Probiotic

- ผลิตเครื่องดื่มที่มีประโยชน์ต่างๆ

- ผลิตวิตามินต่างๆ

   เรายินดีให้คำปรึกษา ทั้งในเรื่องของการขึ้นทะเบียน อย. หรือการคิด ค้นสูตรใหม่ ๆ ตามความต้องการของลูกค้าและตลาดร่วมไปกับลูกค้า ซึ่งทางบริษัท มีเทคโนโลยี และนวัตกรรมใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา และบริษัทฯ มีข้อแตกต่างจากโรงงานผลิตทั่วไปคือสามารถรับผลิตสินค้าในปริมาณที่น้อยได้ ข้อดีคือลูกค้าไม่จำเป็นต้องสต็อกสินค้าเป็นจำนวนมาก ลดความเสี่ยงในการลงทุน บริหารจัดการเงินหมุนเวียนได้
เนื่องจากเป็นโรงงานผลิตเอง บริษัทฯ คิดอัตราการผลิต และอัตราการบริการที่ย่อมเยาว์ เหมาะสมแก่คุณภาพและราคา มีเครื่องจักรในการผลิตที่ทันสมัย วัตถุดิบ ทางบริษัทฯ นำเข้าเองโดยตรง จึงสามารถควบคุมเรื่องคุณภาพของวัตถุดิบที่นำมาผลิต ออกแบบ ดีไซด์ แพ็คเกจจิ้ง ให้ลูกค้าได้ตามความต้องการ

 

โรงงานกาแฟ 
กาแฟเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมสำหรับ ผู้ใหญ่ วัยรุ่น วัยทำงานที่ต้องการเริ่มต้นวันใหม่ ช่วยทำให้รู้สึกตื่นตัวและเพิ่มความกระชับกระเฉงได้ดี แต่การรับประทานกาแฟในปัจจุบันคนนิยม 3 in 1 เพราะสะดวก อร่อย หารับประทานง่ายแต่ก็มาพร้อมกับน้ำตาลและไขมันที่สูง อาหารเสริมในรูปแบบกาแฟ นั้นเป็นการเพิ่มความแตกต่างพร้อมทั้งเพิ่มสารสกัดที่มีประโยชน์ที่ให้มากกว่าการดื่มกาแฟธรรมดา โดยสามารถทำได้หลากหลายฟังก์ชั่น และหลากหลายรสชาติ เพื่อเพิ่มความแปลกใหม่และคุณประโยชน์ที่มากกว่า
รูปแบบที่สามารถทำได้ กาแฟโรงงาน เราทำได้ดังต่อไปนี้
1.กาแฟลดน้ำหนัก
2.กาแฟบำรุงสุขภาพ
3.กาแฟสำหรับการบำรุงผิว
4.กาแฟสูตรบำรุงผู้ชาย
รสชาติที่สามารถทำได้
1.รสเอสเปรสโซ
เอสเปรสโซถือเป็นกาแฟสำเร็จรูปสูตรที่ได้รับความนิยมมากเป็นพิเศษ จนแทบจะทุกแหล่งรับผลิตอาหารเสริมกาแฟทุกแห่งต้องมี ซึ่งเอสเปรสโซจะมีรสชาติและกลิ่นหอมกาแฟที่เข้มข้นมาก ทำให้ผู้ดื่มจะได้ลิ้มรสชาติกาแฟอย่างแท้จริง
 
2.กาแฟสำเร็จรูปสูตรคาปูชิโน
กาแฟสำเร็จรูปสูตรคาปูชิโนจะมีความคล้ายกับกาแฟสำเร็จรูปสูตรลาเต้ ที่มักขายดีตามแหล่งรับผลิตอาหารเสริมกาแฟ โดยคาปูชิโนจะเป็นกาแฟสูตรที่มีส่วนผสมของนม และเคล็ดลับอย่างผงโกโก้เล็กน้อย ทำให้กาแฟคาปูชิโนจะมีรสชาติที่นุ่มละมุน กลิ่นหอม และดื่มง่าp
3.กาแฟสำเร็จรูปสูตรอเมริกาโน่
สูตรกาแฟสำเร็จรูปที่เหมาะสำหรับคอกาแฟที่ชื่นชอบรสชาติกาแฟเข้มข้น เนื่องจากอเมริกาโน่จะเป็นกาแฟเอสเปรสโซผสมน้ำร้อนอย่างเดียว ไม่ใส่น้ำตาลและนมเลย ทำให้เป็นกาแฟสำเร็จรูปสูตรพิเศษที่โรงงานรับผลิตอาหารเสริมกาแฟหลายที่ผลิตขึ้นมาพิเศษ เพื่อตอบโจทย์กลุ่มลูกค้าที่ต้องการคุมน้ำหนัก กำลังลดความอ้วนอยู่นั่นเอง
ประโยชน์ของกาแฟ นั้นมีมากมายหลายอย่าง โดยเฉพาะในเรื่องของการ ต้านอนุมูลอิสระ จากการศึกษาของนักวิจัยจากศูนย์วิจัยในสวิตเซอร์แลนด์ พบว่าเมล็ดกาแฟมีสารต้านอนุมูลอิสระ โดยเฉพาะกาแฟสายพันธุ์โรบัสต้าซึ่งมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าเมล็ดกาแฟสายพันธุ์อื่น นอกจากนี้ประโยชน์ของกาแฟ ยังช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงในการเกิดโรคต่างๆ ได้แก่
1. ช่วยป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบ B
2. ช่วยลดคอเลสเตอรอลในเส้นเลือด ป้องกันโรคหัวใจ
3. ช่วยกระตุ้นสมองให้ทำงานได้เร็วขึ้น และมีสมาธิ
4. ช่วยป้องกันโรคหอบ
5. มีกรดอะซิติก ช่วยป้องกันโรคมะเร็งตับ มะเร็งลำไส้ และมะเร็งช่องปาก
6. ช่วยลดการเกิดโรคตับจากการดื่มสุรา
7. ช่วยบรรเทาอาการปวดศีรษะจากการเมาสุรา
8. การดื่มกาแฟหลังอาหารช่วยลดความอ้วนได้
9. กาแฟเข้มข้นจะทำให้ออกไซด์แตกตัวช่วยชะลอความแก่
กาแฟยังได้ถูกนำเอามาใช้เป็นส่วนผสมเกี่ยวกับเรื่องของความสวยความงาม โดยเฉพาะการลดน้ำหนัก สาเหตุหนึ่งเป็นเพราะกลิ่นของกาแฟสามารถลดอาการอยากอาหารได้ อีกทั้งกาแฟยังสามารถเปลี่ยนไขมันให้กลายเป็นกรดไขมัน หลังจากออกกำลังกายที่สามารถขับถ่ายออกจากร่างกายได้ และเนื่องจากกาแฟมีส่วนผสมของคาเฟอีน ที่มีฤทธิ์ช่วยเพิ่มความกระชุ่มกระชวย ช่วยขจัดความอ่อนล้า ซึ่งการดื่มกาแฟจะช่วยให้สามารถออกกำลังกายได้นานขึ้น เป็นสารที่ช่วยเร่งการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ทำให้ไขมันที่สะสมตามส่วนต่างๆ ของร่างกาย สลายเป็นพลังงานความร้อน โดยเวลาที่เหมาะสมของการดื่มกาแฟเพื่อช่วยให้ออกฤทธิ์ในการเผาผลาญ และย่อยอาหารคือการดื่มกาแฟร้อน โดยเฉพาะกาแฟดำ เนื่องจากไม่มีส่วนผสมของน้ำตาล และไม่ใส่นม โดยควรเป็นการดื่มหลังจากรับประทานอาหารเที่ยงประมาณครึ่งถึงหนึ่งชั่วโมง หรือเป็นการดื่มกาแฟก่อนออกกำลังกายก็จะช่วยเป็นการเพิ่มประสิทธิภาพในการลดความอ้วนหรือในการลดน้ำหนักได้
ผลข้างเคียงที่สามารถเกิดขึ้นได้
กาแฟ   เป็นเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของคาเฟอีนซึ่งเป็นสารที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท ซึ่งต้องดื่มในปริมาณที่พอเหมาะจะช่วยให้เกิดประโยชน์ แต่หากดื่มในปริมาณที่มากเกินไปอาจจะทำให้เกิดผลกระทบต่อสุขภาพ และร่างกายหลายด้าน ได้แก่ เกิดอาการใจสั่น นอนไม่หลับ กระวนกระวาย เกิดอาการกังวลและหงุดหงิดง่าย อีกทั้งสตรีที่ตั้งครรภ์ไม่ควรดื่มกาแฟในปริมาณที่มากเกินไปเนื่องจากอาจจะมีผลกับทารกในครรภ์ได้
ปริมาณที่แนะนำ
วันละ 1-2 แก้ว หรือประมาณ 10 ออนซ์เท่านั้น ซึ่งหากดื่มในปริมาณที่เหมาะสมแล้วนั้นจะทำให้ได้รับประโยชน์จากกาแฟมากมาย
 
อาหารเสริมผิวขาว
กลไกการสร้างเม็ดสี 3 ขั้นตอน
ความขาวกับกระบวนการสร้างเม็ดสีของร่างกาย หรือ เมลาโนเจเนซิส (Melanogenesis)
กลไกการสร้างเม็ดสี สิ่งแรกที่ต้องรู้จักก็คือ เมลาโนไซต์ (Melanocyte) เป็นสิ่งที่อยู่ภายใต้เซลล์ผิวหนังชั้นหนังกำพร้า (Epidermis) ชั้นหนังกำพร้า คือ ผิวชั้นนอกสุด เมื่อเซลล์เริ่มเสื่อมสภาพแล้วมันก็จะหลุดลอกออกไปหลังจากนั้นก็จะมีเซลล์ใหม่ขึ้นมาทดแทนจากด้านล่าง ความน่าสนใจของเมลาโนไซต์ (Melanocyte) คือการทำหน้าที่ในการผลิตเม็ดสีให้กับผิวหนังของเรานั่นเอง เราจะต้องมาทำความเข้าใจว่าองค์ประกอบของเมลาโนไซต์ (Melanocyte) นั้นมีถุงเม็ดสีที่เรียกว่า เมลาโนโซม (Melanosome)
เมลาโนโซม (Melanosome) จำแนกได้เป็น 2 ประเภท ได้แก่
1. ยูเมลานิน (Eumelanin) หรือ เม็ดสีที่ออกโทนสีดำและสีน้ำตาล
2. ฟีโอเมลานิน (Pheomelanin) หรือ เม็ดสีที่ออกโทนแดงและชมพู
ถ้าหากผิวเรามีสีที่เข้ม นั่นหมายความว่าเรามีเม็ดสีประเภทโทนสีดำและน้ำตาลสูงกว่า เรียกว่า “ยูเมลานิน” แต่ถ้าคนที่พื้นเพแล้วกรรมพันธุ์เป็นคนที่มีผิวขาวมาตั้งแต่กำเนิด ผิวแบบโซนยุโรป หรือผิวแบบโซนเอเชียที่มีโทนสีออกชมพู ๆ ก็จะมีเม็ดสีที่ เรียกว่า “ฟีโอเมลานิน” สูง นั่นเอง
กลไกของการสร้างเม็ดสี
กลไกหลัก ๆ ของการสร้างเม็ดสี คือ การจับคู่กันระหว่าง ไทโรซิน (Tyrosine) กับ เอนไซม์ไทโรซิเนส (Tyrosinase) เมื่อมันจับคู่กันแล้วก็จะเกิดกระบวนการถัดไป 
ในภาวะปกติ สีผิวของคนเราจะเข้มขึ้นหรือจางลง ต้องมีกลไกกระตุ้นตามขบวนการดังในรูปประกอบที่ 1 โดยผ่านขั้นตอนการสังเคราะห์ สารต่างๆ โดยมีเอนไซม์ที่สำคัญมากมาย แต่จะกล่าวเฉพาะตัวเด่นๆ ดังนี้
1.เอนไซม์ Tyrosinase ซึ่งถือว่าเป็นเอนไซม์ที่สำคัญสุดและมีบทบาทมากสุดในการสังเคราะห์เม็ดสีเมลานิน เพราะมีผลต่อหลายๆ Pathway ในขบวนการสร้างเม็ดสี โดยจะเปลี่ยนสารต้นแบบ Tyrosine ไปเป็นสาร DOPA,DOPAquinone,…จนถึง เม็ดสีดำของ Eumelanin ซึ่งทำให้มีการวิเคราะห์สารไวเทนนิ่งที่ยับยั้งเอนไซม์นี้ให้ทำงานน้อยลง เพื่อรักษาภาวะฝ้า กระ รอยดำ ซึ่งสารที่ยับยั้งเอนไซม์นี้ ก็ได้แก่ กลุ่ม Hydroquinone(ในอดีตนิยมใช้นำมาผสมในครีมทาฝ้า แต่มีผลข้างเคียงมาก ปัจจุบันได้มีบทบาทน้อยลงอย่างมาก ) วิตามินซี,Albutin,Licorice เป็นต้น
2.เอนไซม์ Glutathione Or Cysteine มีบทบาทรองลงมา โดยมีกลไกในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์เปลี่ยนสาร DOPAquinone เป็นสารต้นแบบของ Dopachrome, DHI….Pheomelanin,Eumelanin ซึ่งพบว่า สารนี้มีในน้ำผึ้ง จึงได้มีการนิยมนำน้ำผึ้งหรือ รับประทานน้ำผึ้งเพื่อทำให้ผิวหน้าใส และลดรอยดำจากฝ้าหรือกระ
3.เอนไซม์ D.tautomerase ,Dpolymerase ซึ่งทำหน้าที่เปลี่ยนสาร DHI เป็น Pheomelanin ซึ่งเกี่ยวข้องกับสีของกระ หรือรอยแดง ซึ่งพบว่าครีมไวเทนนิ่งกลุ่มวิตามินซี,Licorice,Kogic acid สามารถยับยั้งเอนไซม์นี้ได้
4.เอนไซม์ D.peoxidase เป็นเอนไซม์อีกขั้นตอนหนึ่งที่เปลี่ยนเม็ดสี Pheomelanin(สีแดง) เป็น Eumelanin (สีดำ) ซึ่งสารไวเทนนิ่งกลุ่ม albutin จะออกฤทธิ์ยับยั้งตรงนี้นะครับ
คราวนี้จากการที่เราทราบขบวนการ หรือ Pathway ดังกล่าวแล้ว ต้องทราบว่า เมลานินที่สร้างขึ้นจากเซลล์ melanocytes นี้จะถูกนำมาสู่ชั้นผิวหนังด้วยเซลล์อีกตัวคือ keatinocytes ซึ่งสร้างเคอราตินที่ชั้นผิวหนังและทำให้เม็ดสีเมลานินมาอยู่ที่ผิวหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ และปัจจัยด้านแสงแดดที่เราเชื่อว่า ทำให้เกิดฝ้า กระ รอยด่างดำ ผิวหน้าหมองคล้ำนั้นเกี่ยวข้องกับขบวนการนี้อย่างไร จะอธิบายได้ดังนี้นะครับ
1.สารอุตราไวโอเล็ตเอ (UVA) จะกระตุ้นให้เซลล์ melanocytes สร้างเม็ดสีเมลานินได้โดยตรง
2.สารอุตราไวโอเล็ตเอ (UVA) จะกระตุ้นการทำงานของเอนไซม์ Tyrosinase ให้ทำงานได้มากขึ้น
3.สารอุตราไวโอเล็ตเอ (UVA) จะกระตุ้นให้มีสารที่คล้ายสารอาหาร ได้แก่ plasmin,ProstaglandinE2,D2 ทำให้เซลล์ keratinocyste รับสารเมลานินได้มากขึ้นส่งผลให้สีผิวเข้มขึ้น
4.สารอุตราไวโอเล็ตบี (UVB) จะทำให้การทำงานประสานกันของเซลล์ melinocyte และเซลล์ keratinocytes ได้ดีขึ้นในการรับส่งเม็ดสีเมลานิน
สรุปกลไกของผิวขาว
สินค้าหรือผลิตภัณฑ์ที่มีคุณสมบัติแอนตี้ไทโรซิเนส (Anti-Tyrosinase) ก็คือการยับยั้งตั้งแต่ต้นกระบวนการแต่ถ้าบอกว่ามีคุณสมบัติในเรื่องของการเปลี่ยนเม็ดสีผิวให้เป็นเม็ดสีโทนสีแดงก็จะเป็นกระบวนการไม่ให้เกิดการสร้างเม็ดสีโทนสีดำกับน้ำตาลแต่มาสร้างโทนสีแดงแทน หรือสินค้าบางตัวจะบอกว่ามีคุณสมบัติในการยับยั้งไม่ให้เกิดการขนส่งเม็ดสีที่สร้างมาก็เป็นการยับยั้งรูปแบบหนึ่ง แต่ในบางคนผิวด้านนอกสุดมีความหมองคล้ำเซลล์ก็ไม่สามารถที่จะผลัดออกได้หรือบางทีเรามีอายุที่มากขึ้นก็จะต้องมีตัวช่วยในการเร่งการผลัดเซลล์ผิวโดยการใช้กลุ่มผลิตภัณฑ์มาส์กต่าง ๆ ที่เป็นกรด DHA, AHA กรดธรรมชาติอ่อน ๆ ในการช่วยผลัดเซลล์ผิว หรือบางคนจะใช้กลุ่มที่เป็นผลิตภัณฑ์ผลัดเซลล์ผิว (Peeling Agent) ที่มีค่าความเป็นกรดระดับนึงแล้วเข้าไปทำการผลัดเซลล์ผิวออกทำให้เราได้เซลล์ผิวใหม่ออกมาผิวก็จะดูขาวกระจ่างใสขึ้น ฉะนั้นกลไกของความขาวนั้นไม่จำเป็นที่จะต้องใช้สารสกัด หรือส่วนผสมที่เป็นอันตรายอย่างเช่น สารเคมีเพียงอย่างเดียว แต่ถ้าเรารับประทานอาหารที่มีประโยชน์มีวิตามินช่วยส่งเสริมให้ร่างกายของเราสามารถสร้างกลูต้าไธโอน (Glutathione) หรือ ซีสเตอีน (Cysteine) แบบธรรมชาติ จากภายในก็สามารถ ทำให้ร่างกายสังเคราะห์เซลล์เม็ดสีแดงออกมาได้ และนี่คือหนึ่งในวิธีดูแลผิวแบบง่าย ๆ แถมปลอดภัยอีกด้วย
 

สารสกัดอาหารเสริมช่วยบำรุงผิวขาว
1. Salmon collagen peptide


2. Grape skin extract (Reverse vine)
เป็นสารสกัดจากองุ่นพันธุ์ vitis vinifera ทั้งจากส่วนเป็นผล กิ่ง และก้าน มารวมกันกับไวน์แดง ที่อุดมไปสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่ม oligostilbene คือTrans-resveratrol และTrans-e-viniferin โดยยีน Sirtuins นั้น เป็นตัวกลางสำคัญในการควบคุมการประสานงานและกระตุ้นการทำงานร่วมกันของ nucleus ของเซลล์และ Mitochondria ให้เซลล์มีพลังงาน และกระตุ้นเอนไซม์ เซอร์ทูอิน (sirtuin), Sir-2 และ Sirt-1 ซึ่งเป็นเอ็นไซท์ที่จัดอยู่ในกลุ่มที่กระตุ้นการซ่อมแซม และการปกป้องเซลล์จากความชราหรือการถูกทำลายทำให้ช่วยฟื้นฟูความแข็งแรงและลดอัตราการถูกทำลายของเซลล์
ผลต่อระบบภูมิคุ้มกันของ Reverse vine
 กระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาว ชนิด NK cell เป็นเซลล์เม็ดเลือดขาวที่มีหน้าที่ทำลายเซลล์มะเร็ง และเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัสเป็นหลัก
 กระตุ้นเซลล์เม็ดเลือดขาว ชนิด CD4 T cell ทำหน้าที่ส่งเสริมเรียกเซลล์เม็ดเลือดขาวอื่น และ CD8 T cell ทำหน้าที่ทำลายเซลล์ที่ผิดปกติหรือที่ติดเชื้อจุลชีพ
ประโยชน์ของReverse-vine Powder ™ มีเยอะมากกมาย ได้แก่ เป็น
1.strong Anti-oxidant
2.Anti-aging
3.ช่วยปกป้องดีเอ็นเอ DNA
4.ช่วยต้านมะเร็ง
5.เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน
6.ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและตับ
7.ช่วยเก็บรักษาคุณค่าของผักและผลไม้ได้นานขึ้น

 

3. Pomegranate extract (Viqua)
สุดยอดสารสกัดจาก Alicamte pomegranate ใน ADSome® Technology สิทธิบัตรจากฝรั่งเศษ การันตีด้วยรางวัลระดับโลก ที่มีสารสำคัญเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระในกลุ่ม anthocyanins, catechins,ellagic tannins,Punicalagin และ Ellagic acid ใช้รูปแบบ ADVANCED DELIVERY SYSTEM NANO-TECHNOLOGY เคลือบสารสำคัญเพื่อเพิ่มความสามารถในการดูดซึมและคงประสิทธิภาพของสารสำคัญให้ออกฤทธิ์สูงสุด

ปกป้องผิวได้ล้ำลึกถึงระดับ Mitochondria กำจัดอนุมูลอิสระชนิด ROS ในเซลล์ผิว ที่เกิดจากการถูกกระตุ้นโยรังสี UV ซึ่งเป็นสาเหตุของความเสื่อม 4 ประการของผิว

 

 

อาหารเสริมกันแดด วิตามินกันแดด

สำหรับท่านที่กำลังมอง หา วิตามินกันแดด โรงงาน ผลิต อาหาร เสริม นราห์ แล็บ สามารถผลิตได้ ในราคาถูก และมีคุณภาพ ซึ่งโดยปกติแล้วในภาวะปกติผิวหนังจะป้องกันตัวเองโดยสร้างเม็ดสีที่ผิวหนังเพิ่มขึ้นและเพิ่มความหนาของเซลล์ผิวหนังชั้นหนังกำพร้าชั้นบนเพื่อป้องกันอันตรายจากแสงแดด โดยเซลล์ชั้นบนสุดจะสะท้อนรังสี UV และยังมีโปรตีนบางชนิด ที่สามารถดูดซับรังสี UV โดยเฉพาะช่วงของ UVB ได้

ภัยร้ายทำลายผิวที่มาพร้อมกับแสงแดด คือ รังสี UV ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ชนิด คือ

1. UVA สามารถผ่านทะลุเข้าไปทั้งชั้นหนังกำพร้าและชั้นหนังแท้ ทำอันตรายต่อโครงสร้างและเซลล์ผิวหนัง ทำให้ผิวหนังเหี่ยวย่นและยังเป็นปัจจัยที่เร่งการก่อตัวของอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวเกิดริ้วรอย

2. UVB สามารถผ่านทะลุชั้นหนังกำพร้าและหนังแท้ชั้นบนเท่านั้น เป็นปัจจัยที่กระตุ้นการเกิดกระ ฝ้า และจุดด่างดำ ผิวบวมแดงและแสบร้อน ผิวไหม้หากถูกแดดเผาเป็นเวลานานก็จะทำให้เกิดมะเร็งผิวหนังได้

3. UVC เป็นรังสีคลื่นสั้น ซึ่งส่วนใหญ่จะถูกดูดซับโดยก๊าซโอโซนในชั้นบรรยากาศ

วิธีง่ายๆ คือ พยายามปกป้องผิวจากแสงแดด โดยหลีกเลี่ยงแสงแดดในช่วง 10.00 น. ถึง 15.00 น. ซึ่งจะมีปริมาณของแสง UVB ซึ่งเป็นตัวการหลักในการเกิดการไหม้แดดมากกว่าช่วงเวลาอื่นของวัน ถ้าจำเป็นต้องออกไปกลางแดด ควรสวมเสื้อแขนยาว กางเกงขายาว ใส่หมวกปีกกว้าง กางร่ม ทา ครีมกันแดด พยายามอยู่ในที่ที่มีร่มเงา สวมแว่นตากัน UV เพื่อป้องกัน การเกิดต้อกระจก การทา ครีมกันแดด อาจไม่เพียงพอต่อการปกป้องผิวจากแสงแดด และถ้าจะให้ดีก็ควรเสริมสร้างเกราะป้องกันผิว บำรุงผิวให้แข็งแรงจากภายใน อาจเลือกรับประทานอาหารที่ช่วยเติมคอลลาเจนให้แก่ผิว เพราะเส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินเป็นส่วนประกอบสำคัญอย่างหนึ่งของผิว

ประโยชน์ของคอลลาเจน คือ มีคุณสมบัติเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีฤทธิ์แรง โดยจัดการกับสารอนุมูลอิสระที่ถูกเร่งมาจากปัจจัยต่างๆ มากมาย โดยเฉพาะรังสี UV ซึ่งเป็นตัวการสำคัญที่ก่อให้เกิดการเสื่อมสภาพของเซลล์ผิว ทั้งยังช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น กระชับ และเรียบเนียน ต่อต้านการเกิดริ้วรอยก่อนวัย นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานของระบบไหลเวียนโลหิต โดยเฉพาะหลอดเลือดเล็ก ป้องกันการสูญเสียน้ำที่ชั้นผิว และช่วยยับยั้งการสร้างเม็ดสีเมลานิน ทำให้ผิวกระจ่างใสดูมีชีวิตชีวาอย่างเป็นธรรมชาติ

คอลลาเจนพบมากในเนื้อปลาทะเล สาหร่ายทะเลหรือสาหร่ายน้ำจืด น้ำมะพร้าว เนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ขาว ผักเขียวต้ม ผลไม้สีแดง กระเทียม กระดูกปลาและกระดูกสัตว์ต่างๆ เนยแข็งและชีส ข้าวโอด ชาเขียว ชาดำ เป็นต้น หรือถ้าต้องการความสะดวก อาจเลือกรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่เน้นเสริมคอลลาเจนให้ร่างกาย ในปัจจุบันมีให้เลือกมากมาย แต่ขอแนะนำให้เลือกจากผู้ผลิตที่น่าเชื่อถือ ควรเป็นชนิดที่เป็นคอลลาเจนบริสุทธิ์ ไม่ผสมสารเร่งขาวและสารสังเคราะห์อื่นๆ ที่อาจเป็นอันตรายต่อร่างกาย มีขนาดโมเลกุลเล็ก ดูดซึมได้ง่าย ร่างกายใช้ประโยชน์เต็มที่ จะได้ไม่หลงเหลือสารตกค้างที่เป็นอันตรายต่อตับและไต คอลลาเจนในรูปเม็ดบรรจุในซองซิปล็อคก็เป็นทางเลือกที่ดี เพราะพกพาสะดวก รับประทานง่าย ไม่ต้องเสียเวลาชง ไม่ต้องทนกลิ่นเหม็นคาว บางสูตรมีส่วนผสมคุณภาพสูงที่ช่วยลดความหมองคล้ำ ลบเลือนริ้วรอย ช่วยกระชับรูขุมขน ลดปัญหาสิว รักษาสมดุลไขมันในผิวหนัง ลดปัญหาหน้ามัน ทำให้ผิวกระจ่างใส และช่วยปกป้องผิวไม่ให้ผิวแห้งหยาบกร้าน เพิ่มและช่วยเก็บรักษาความชุ่มชื่นให้ผิว ผิวเนียนนุ่ม ไม่แห้งกร้าน

หรือรับประทานอาหารเสริมที่มีส่วนสำคัญในการช่วยเสริมสร้างความแข้งแรงของชั้นผิว ลดการอักเสบของผิวเมื่อถูกทำร้ายจากความร้องของรังสียูวีซึ่งเป็นสาเหตุของการเกิดฝ้า กระ จุดด่างดำ ผดและผื่น ที่เกิดจากการอักเสบ ของผิวหรือเอนไซม์ใต้ผิวหนัง ที่มีงานวิจัยรับรอง เช่น สารสกัดจาก สารสกัดส้มสัดซึมะ สารสกัดแอปเปิ้ลมะกอก สารสกัดจากโรสแมรี่ เป็นต้น

สารสกัดในส่วนของอาหารเสริมกันแดด วิตามินกันแดด
1.Haematococcus pluvails extract (Astazine)
สารสกัดจากสาหร่ายทะเลสีแดง Microalgae สายพันธุ์ Haematococcus Pluvialis ให้สารสำคัญคือ แอสตาแซนทิน  (astaxanthin)  เป็นสารรงควัตถุ (pigment) ในกลุ่มแซนโทรฟิลล์  (Xanthophyll) ซึ่งอยู่ใน ตระกูลแคโรทีนอยด์ 
(Carotenoid )
ประโยชน์ของแอสตาแซนทิน
แอสตาแซนทิน ยังมีสรรพคุณที่ดีต่อสุขภาพมนุษย์ เป็นสารโภชนะเภสัช (Nutraceutical) มีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ (antioxidant) ซึ่งช่วยต่อต้านสารอนุมูลอิสระ ที่มีผลทำให้ทำลายเซลล์ที่สามารถนำไปสู่การออกซิเดชั่นและอาจนำไปสู่ริ้วรอยก่อนวัยของเซลล์  จัดเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพสูง มีผลงานวิจัยทางวิทยาศาสตร์ ทำการศึกษาประสิทธิภาพของสารต้านอนุมูลอิสระชนิดต่างๆ พบว่า แอสตาแซนธิน มีความสามารถในการต้านอนุมูลอิสระได้แรงกว่า วิตามิน ซี 6,000 เท่า, CoQ10 800 เท่า, วิตามิน อี 550 เท่า, Green tea catechin 550 เท่า, Alpha lipoic acid 75 เท่า, เบต้า แคโรทีน 40 เท่า และ สารสกัดจากเมล็ดองุ่น 17 เท่า
1. ป้องกัน และ ฟื้นฟูจอตาที่เสื่อม ซึ่งพบมากในผู้สูงอายุ และ ผู้ป่วยเบาหวาน ซึ่งจอตาจะเป็นจุดรับภาพของลูกตา ช่วยยับยั้งการสะสมของกรดในดวงตา อันเป็นสาเหตุให้ดวงตาอ่อนล้า ช่วยป้องกันดวงตาจากรังสีอัลตร้าไวโอเลต
2. ป้องกัน และ บำบัดในผู้ป่วยความจำเสื่อม และ พาร์กินสัน
3. ลดภาวะอักเสบในร่างกาย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันในผู้ป่วยภูมิแพ้ตัวเอง ภูมิต้านทานต่ำ และ การติดเชื้อไวรัสเรื้อรัง เช่น กลุ่มผู้ป่วย AIDS ผู้ติดเชื้อไวรัสงูสวัด และ เริม
4. ทำให้กล้ามเนื้อและข้อต่อมีสุขภาพดีขึ้น ช่วยให้กล้ามเนื้อมีความทนทานมากขึ้น
5. ปรับสมดุลความดันโลหิตและการเต้นของหัวใจ
6. ช่วยการซ่อมแซม และ ฟื้นฟูเซลล์สมองและหลอดเลือดในผู้ป่วยเส้นเลือดในสมองแตก หรือ ผู้ป่วยที่ขาดออกซิเจนไปเลี้ยงสมอง
 
คำเตือนของการบริโภค Astaxanthin
ห้ามใช้ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่มีส่วนผสมของ Astaxanthin ในสตรีตั้งครรภ์หรือสตรีที่อยู่ในช่วงให้นมบุตร เนื่องจากยังไม่มีผลการวิจัยรับรองถึงการนำไปใช้อย่างปลอดภัย
ผู้ที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ภาวะกระดูกพรุน แคลเซียมต่ำ ภาวะฮอร์โมนพาราไทรอยด์ผิดปกติ ฮอร์โมนผิดปกติ หรือภาวะความดันโลหิตผิดปกติ ไม่ควรรับประทาน
ปริมาณการบริโภค Astaxanthin
โดยทั่วไป คนเราสามารถรับ Astaxanthin ได้จากการรับประทานอาหาร พืช และสัตว์ในชีวิตประจำวัน Astaxanthin มักพบในปลาแซมอน กุ้ง เคย ล็อบสเตอร์ รวมไปถึงสาหร่ายบางชนิด โดยเฉพาะสาหร่าย ฮีมาโตคอกคัส พลูวิเอลิส (Haematococcus Pluvialis) ทั้งนี้ปริมาณ Astaxanthin ที่แนะนำต่อวัน อยู่ที่ประมาณ 4-12 มิลลิกรัม หากต้องการรับประทาน Astaxanthin เป็นตัวช่วยเสริมสารอาหารให้ร่างกายก็สามารถทำได้ แต่ควรบริโภคตามคำแนะนำของแพทย์ เภสัชกร หรือบนฉลากที่ระบุไว้ข้างกล่อง
 
2.Citrus aurantium Extract (ROC)
สกัดจากส้มสีแดง 3 สายพันธุ์จากประเทศอิตาลี (Moro, Tarocco และ Sanguinello) ซึ่งเป็นสายพันธุ์เฉพาะที่ปลูกในแถบดินแดนทะเลเมดิเตอร์เรเนี่ยน อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย
อุดมไปด้วยสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ได้แก่ แอนโธไซยานิน (Anthocyanin),ฟลาโวนอยด์ (Flavonoid) กรดไฮดรอกซีซินนามิก(Hydroxycinnamic) และวิตามินซี (Ascorbic acid)
สารสกัดจากส้มสีแดงกับการอักเสบของผิวและลดผดผื่นจากแสงแดด มีการศึกษาผลของสารสกัดจากส้มสีแดงต่อการป้องกันการอักเสบและผื่นแดงจากรังสี UVB ในกลุ่มอาสาสมัครสุขภาพดี จำนวน 18 คน โดยให้อาสาสมัครรับประทานสารสกัดจากส้มสีแดงขนาด 100 มก. วันละ 2 ครั้ง ก่อนอาหารเช้า และก่อนนอน เป็นระยะเวลา 15 วัน พบว่า สารสกัดจากส้มสีแดง สามารถป้องกันผิวอักเสบจากการกระตุ้นโดยรังสี UVB และลดอาการผื่นแดงจากการแพ้แสงแดด
คุณประโยชน์ของสารสกัดจากส้มสีแดงต่อสุขภาพและผิวพรรณโดยรวม
•ช่วยลดผิวหมองคล้ำ และเพิ่มความสว่างสดใสของผิวพรรณอย่างเป็นธรรมชาติ
•ช่วยลดการอักเสบของผิว และลดผื่นแดงจากการเผชิญแสงแดด
•ชะลอความเสื่อมโทรมของผิวจากการโดนแสงแดด
•สารสกัดจากส้มสีแดงเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่มีประสิทธิภาพช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกาย อีกทั้งป้องกันการเกิดโรคร้ายแรงได้ เช่น โรคมะเร็ง โรคเบาหวาน โรคหลอดเลือดและหัวใจ เป็นต้น
 
3.Olive extract (Opaxtan)
สารสกัดจากมะกอก  (Olea europaea  L.) มีถิ่นฐานเดิมซึ่งเริ่มมาตั้งแต่ ประเทศแถบบอลข่าน แถบที่ราบสูง อิหร่าน ปาเลสไตน์ จนถึงแถบชายฝั่งของซีเรีย  มะกอก  (Olea europaea  L.) เป็นพืชอาหารที่สำคัญและมคุณค่าชนิดหนึ่งในเขตเมดิเตอร์เรเนียนมาตั้งแต่อดีต ส่วนต่างๆของมะกอกโอลีฟสามารถนำมาใช้ทำผลิตภัณฑ์ๆ มากมาย เช่น ผล เป็นส่วนสำคัญที่สุด ใช้ประกอบอาหารและผลิตภัณฑ์น้ำมัน มะกอกโอลีฟถือว่าเป็นน้ำมันที่ทางการแพทย์แนะนำให้บริโภคเพื่อสุขภาพที่ดี เนื่องจากมีไขมันที่ไม่เป็นอันตรายต่อสุขภาพสูงกว่าน้ำมันที่ผลิตจากพืชอื่นๆ อีกทั้งยังสามารถนำ น้ำมันมะกอกโอลีฟมาใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตสบู่และ น้ำมันนวด ส่วนใบมะกอกโอลีฟใช้ในการปรงุอาหารและใช้บำบัดรักษาทางการแพทย์  
Opextan เป็นสารสกัดจากผลมะกอก มีสารสำคัญคือ Polyphenol และ Verbrascoside ซึ่งจัดเป็นสารต้านอนุมูลที่พบในผลมะกอกเท่านั้น ไม่สามารถพบในใบมะกอก 
 
อาหารเสริมควบคุม เบาหวาน
            โรค เบาหวาน (Diabetes) คือ โรคที่เกิดจากเซลล์ในร่างกายมีความผิดปกติ ซึ่งเกี่ยวข้องกับระบบอินซูลินที่เป็นฮอร์โมนเพื่อสร้างมาให้ควบคุมระดับน้ำตาล หากน้ำตาลในร่างกายไม่ได้ถูกใช้งานซึ่งเกิดมาจากระบบการทำงานของอินซูลินที่ไม่มีประสิทธิภาพ ฮอร์โมนอินซูลินจะย้ายน้ำตาลจากเลือดไปสู่เซลล์ในร่างกาย จึงทำให้ร่างกานเกิดภาวะมีน้ำตาลในเลือดสูงกว่าปกติ
            โรคเบาหวานสาเหตุมาจากระดับน้ำตาลในเลือดสูง หากไม่ได้รับการรักษา การเป็นเบาหวานจะส่งผลต่อร่างกายสามารถทำลายระบบประสาท ตา ไต และอวัยวะอื่นๆ ของร่างกายได้
เบาหวานมีกี่ชนิด
โรคเบาหวานชนิดที่ 1 (Type 1 diabetes)
          ทำให้เกิดการแพ้ภูมิตัวเอง หรือระบบภูมิคุ้มกันถูกโจมตี อาจทำลายเซลล์ในตับอ่อน ซึ่งมีหน้าที่ผลิตอินซูลินโดยตรง สามารถพบผู้ป่วยประเภทนี้ได้ประมาณ 10% จากผู้ป่วยเบาหวานทั้งหมด
โรคเบาหวานชนิดที่ 2 ((Type 2 diabetes)
        จะเกิดขึ้นเมื่อร่างกายต่อต้านการทำงานของระบบอินซูลิน หรือเรียกว่าร่างกายเกดภาวะดื้ออินซูลิน ทำให้มีน้ำตาลสะสมในเลือดสูง
โรคเบาหวานมีอาการ สาเหตุและการรักษาที่แตกต่างกันออกไป ตามรายละเอียดดังนี้
อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 1 
•รู้สึกหิวตลอดเวลา
•รู้สึกกระหายน้ำผิดปกติ
•น้ำหนักลด
•ปัสสาวะบ่อย
•สายตาพร่ามัว
•มีอาการเหน็ดเหนื่อย เมื่อยล้า
•อาราณ์แปรปรวน 
 
 
อาการของโรคเบาหวานชนิดที่ 2 
•หิวบ่อย
•กระหายน้ำบ่อย
•ปัสสาสะบ่อย
•มองเห็นไม่ชัด สายตาพร่ามัว
•มีอาการเหน็ดเหนื่อยง่าย เมื่อยล้าได้ง่าย
•หากมีแผล แผลจะหายช้ากว่าปกติ
สาเหตุของโรคเบาหวาน
โรคเบาหวานมีหลายประเภท สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 ประเภท คือ เบาหวานประเภทที่ 1 (Type 1 Diabetes) เกิดจากตับอ่อนไม่สามารถผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ เบาหวานประเภทที่ 2 (Type 2 Diabetes) เกิดจากการที่ตับอ่อนผลิตฮอร์โมนอินซูลินได้ไม่เพียงพอต่อการใช้ หรือเกิดภาวะการดื้ออินซูลิน (Insulin Resistance) และเบาหวานขณะตั้งครรภ์ (Gestational Diabetes) ซึ่งเป็นโรคเบาหวานที่พัฒนาขึ้นระหว่างการตั้งครรภ์จากการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมน โดยที่ผู้ป่วยไม่เคยเป็นโรคเบาหวานมาก่อน 
นอกจากโรคเบาหวานทั้ง 3 ประเภทแล้วยังมีโรคเบาหวานที่พบได้ไม่บ่อยอย่างโรคเบาหวานที่เกิดจากกรรมพันธุ์หรือแบบโมโนเจนิก (Monogenic Diabetes) อีกทั้งยังมีโรคเบาหวานจากสาเหตุอื่น ๆ เช่น การใช้ยา หรือเกิดจากโรคชนิดอื่นอย่างโรคซิสติก ไฟโบรซิส (Cystic Fibrosis) ด้วย
การรักษาโรคเบาหวาน
การรักษาผู้ป่วยเบาหวานในประเภทที่ 1 จำเป็นต้องได้รับฮอร์โมนอินซูลินเข้าไปทดแทนในร่างกายด้วยการฉีดยาเป็นหลัก ควบคู่ไปกับการคุมอาหารและออกกำลังกายที่เหมาะสม ในขณะที่โรคเบาหวานประเภทที่ 2 หากเป็นในระยะแรก ๆ สามารถรักษาได้ด้วยการรับประทานอาหารที่เหมาะสม การออกกำลัง และควบคุมน้ำหนัก หากอาการไม่ดีขึ้น แพทย์อาจให้ยาควบคู่ไปด้วยหรือฉีดอินซูลินเข้าไปทดแทนเช่นเดียวกับโรคเบาหวานชนิดที่ 1 
สำหรับผู้เป็นโรคเบาหวานขณะตั้งครรภ์ ควรเข้าฝากครรภ์กับแพทย์ตั้งแต่ในระยะแรก พร้อมทั้งควบคุมอาหารที่รับประทานและออกกำลังกายตามคำแนะนำของแพทย์
นอกจากนี้ ในกรณีที่ผู้ป่วยเกิดแผลเบาหวานขึ้นที่เท้า แพทย์อาจให้ผู้ป่วยใส่อุปกรณ์ป้องกันแผล เช่น รองเท้าสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน เฝือก หรือผ้าพันแผล เป็นต้น หากแผลเริ่มมีลักษณะรุนแรงขึ้น แพทย์อาจวางแผนการรักษาตามเหมาะสมขึ้นอยู่กับระดับความรุนแรงของแผลเบาหวานที่เป็น ทั้งนี้ หากรักษาแล้วอาการไม่ดีขึ้นแพทย์อาจต้องตัดอวัยวะทิ้งเพื่อป้องกันอาการลุกลาม
ภาวะแทรกซ้อนของโรคเบาหวาน
โรคเบาหวานเป็นโรคที่ส่งผลให้ผู้ป่วยมีระดับน้ำตาลในเลือดสูงมากกว่าปกติ หากไม่มีการควบคุมในเรื่องของการรับประทานอาหารและดูแลรักษาสุขภาพอย่างถูกวิธี ปล่อยให้ระดับน้ำตาลในเลือดสูงขึ้นเป็นเวลานาน จะส่งผลต่อเส้นเลือดที่นำสารอาหารไปเลี้ยงอวัยวะในร่างกายจนนำไปสู่ภาวะแทรกซ้อนต่าง ๆ ทั้งโรคแทรกซ้อนชนิดที่เกิดกับเส้นเลือดขนาดเล็ก เช่น เบาหวานขึ้นตา โรคไต เป็นต้น หรือโรคแทรกซ้อนชนิดที่เกิดกับเส้นเลือดขนาดใหญ่ เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง โรคเส้นเลือดแดงส่วนปลายอุดตัน เป็นต้น รวมไปถึงโรคแทรกซ้อนที่ระบบประสาทและที่สามารถทำให้ผู้ป่วยต้องสูญเสียอวัยะบางส่วน นอกจากนี้สตรีมีครรภ์ที่เป็นโรคเบาหวานจะเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะครรภ์เป็นพิษ การแท้งบุตรได้
การป้องกันโรคเบาหวาน
สิ่งสำคัญของการป้องกันโรคเบาหวานทุกชนิด คือ ต้องคอยหมั่นระวังระดับน้ำตาลในเลือดและคอเลสเตอรอลให้อยู่เกณฑ์ปกติ เน้นการรับประทานอาหารที่มีประโยชน์และสารอาหารครบถ้วน มีกากใยสูง หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ และการสูบบุหรี่ รวมถึงการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ หากเป็นสตรีมีครรภ์ควรเข้ารับการฝากครรภ์ตั้งแต่เนิ่น ๆ พบแพทย์ตามนัดอย่างสม่ำเสมอ และได้รับการตรวจคัดกรองเบาหวานหากมีความเสี่ยง เพื่อสามารถตรวจพบโรคเบาหวานได้ในระหว่างการตั้งครรภ์ 
"เบาหวาน" กับการควบคุมระดับน้ำตาลเป็นเรื่องสำคัญ
 ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก พบว่า 80% ของโรคเบาหวาน สามารถป้องกัน และดีขึ้นได้ด้วยการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ ส่งผลทำให้ผู้มีภาวะเบาหวาน สามารถควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้
วิธีควบคุมระดับน้ำตาลที่ถูกต้อง กลับมาสู่ความสมดุล
การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด ไม่ได้ทำให้หายจากอาการเบาหวาน แต่ช่วยให้ร่างกายป้องกันการเกิดโรคแทรกซ้อนต่างๆได้ โดยเฉพาะโรคแทรกซ้อนที่เกิดกับ ตา ไต และปลายประสาทอักเสบ
1. ควบคุมแป้ง และน้ำตาล เลือกอาหารประเภท ดัชนีน้ำตาลต่ำ (ค่า GI ต่ำ)
GI ค่าดัชนีน้ำตาล หรือ GI เป็นค่าที่บ่งบอกถึงความเร็วในการเปลี่ยนแป้งเป็นน้ำตาล 
กินอาหาร GI สูง : เมื่อทานอาหารที่มีค่า GI สูง จะถูกย่อยไปเป็นน้ำตาลอย่างรวดเร็ว ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นสูง ร่างกายมีการหลั่งอินซูลินมากขึ้น เพื่อลดระดับน้ำตาลในเลือดอย่างรวดเร็ว ทำให้รู้สึกหิวบ่อย อยากอาหารมากขึ้น
กินอาหาร GI ต่ำ : เมื่อทานอาหารที่มีค่า GI ต่ำ จะถูกย่อยไปเป็นน้ำตาลอย่างช้าๆ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดขึ้นต่ำ ร่างกายปล่อยอินซูลินออกมาอย่างช้าๆ ทำให้รู้สึกอิ่มนาน รู้สึกหิวช้า 
2.ไม่ทานจุกจิก
เมื่อกินอาหารประเภทแป้ง น้ำตาล เป็นประจำ ร่างกายมีการหลั่งอินซูลินมากขึ้น อินซูลิน มีหน้าที่ควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ต่ำกว่า 120 mg/dL
ตับอ่อนหลั่งอินซูลินออกมา เพื่อพาน้ำตาลเข้าสู่เซลล์
แต่ทว่า การกินอาหารบ่อยๆ ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งสูงตลอดเวลา จึงทำให้เซลล์ต่างๆ ไม่ตอบสนองอินซูลิน หรือเรียกว่า ภาวะดื้ออินซูลิน
หากยังกินตลอดเวลา ตับอ่อนผลิตอินซูลินมากขึ้น ทำให้รู้สึกหิว อยากอาหารมากขึ้น จนในที่สุดเกิดอาการดื้ออินซูลิน เป็นต้นเหตุของการเกิดโรคเบาหวาน 
3.เลือกทานไขมันดี (HDL) 
ไขมันไม่ได้กระตุ้นให้เกิดการหลั่งอินซูลิน เหมือนกับคาร์โบไฮเดรต (แป้ง และน้ำตาล) ไม่ทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นสูง และเมื่อระดับน้ำตาลลดต่ำลง จะทำให้รู้สึกหิว รู้สึกอยากอาหาร เมื่อกินไขมันในปริมาณที่เพียงพอ จะทำให้รู้สึกอิ่มนาน และไม่หิวบ่อย
ไขมันชนิดดี (High-Density Lipoprotein: HDL)
คือ ไขมันไม่อิ่มตัวที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ทำหน้าที่กำจัดคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี (LDL) ที่เกาะอยู่ตามหลอดเลือด แล้วส่งไปที่ตับ เพื่อกำจัดออกจากร่างกาย
อาหารประเภทไขมันดี ได้แก่ ปลาที่มีกรดไขมันสูง (อย่างเช่น ปลาแซลมอน ปลาแมคเคอร์เรล ปลาซาร์ดีน ถั่ว อะโวคาโด อัลมอนต์ น้ำมันมะพร้าว หรือมะกอก
4.การออกกำลังกาย
การออกกำลังกายเป็นสิ่งที่ควรทำควบคู่กับการควบคุมระดับน้ำตาล ซึ่งจะช่วยให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง ส่งเสริมกระบวนการใช้น้ำตาล โดยเพิ่มความไวของอินซูลิน และเพิ่มความสามารถในการจับน้ำตาลไปใช้ให้แก่กล้ามเนื้อ และช่วยเพิ่มสมรรถภาพร่างกาย ให้ร่างกายมีสัดส่วนตามปกติ
ผู้ป่วยเบาหวานสามารถออกกำลังกายได้หลายแบบนี้ ได้แก่ เดิน วิ่ง ถีบจักรยาน รำมวยจีน ว่ายน้ำ หรือแอโรบิก เน้นการเคลื่อนไหวแขนขาเป็นจังหวะต่อเนื่อง 
หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายที่ใช้แรงเกร็งมาก ไม่กลั้นหายใจขณะออกแรง และการออกกำลังกายที่มีแรงกระแทก
เป้าหมายในการรักษาเบาหวาน
คือ การควบคุมระดับน้ำตาลสะสม HBA1c ให้อยู่ระดับต่ำกว่า 7% เทียบกับค่าเฉลี่ยในเลือด จะอยู่ที่ 154 mg/dL หากผู้ป่วยสามารถใส่ใจดูแลตนเอง และควบคุมระดับน้ำตาลได้ดี จะช่วยป้องกันการเกิดภาวะแทรกซ้อนได้ 
จะเห็นได้ว่า เบาหวาน เป็นโรคที่เราสามารถป้องกันและบรรเทาได้ ด้วยการออกกำลังกายสม่ำเสมอ เลือกรับประทานอาหารอย่างถูกต้อง หรือรับประทานผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสมุนไพรเชียงดา มะระขี้นก ใบมะรุมอ่อน อบเชย ขิง ขมิ้นชัน มะขามป้อม เป็นส่วนประกอบ ซึ่งช่วยลดและรักษาสมดุลระดับน้ำตาลในเลือด กระตุ้นให้มีการหลั่งอินซูลินเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง 
 

สารสกัดอาหารเสริมควบคุมเบาหวาน
1. Chitosan (Orisett)
เป็นไคโตซานที่มีขนาดโมเลกุลเล็กพิเศษ สกัดจากธรรมชาติ ช่วยให้ร่างกายสามารถควบคุมระดับกลูโคสในกระแสเลือด สามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ตั้งแต่การทานครั้งแรก มีประบวนการผลิตที่ทันสมัยที่ใช้เอนไซม์และไม่มีการใช้สารเคมี และมีงานวิจัยในมนุษย์รองรับที่ควบคุมด้วยมาตรฐาน “Gold Standard” ได้รับมาตรฐานจาก GRAS, USFDA และมีความปลอดภัยสูง
 ปรับสมดุลระดับน้ำตาลในกระแสเลือดหลังมื้ออาหาร โดยไปยับยั้งการย่อยแป้ง
 เพิ่มศักภาพของฮอร์โมนอินซูลิน
 เพิ่มอัตราการดูดซึมของน้ำตาลเข้าสู่เซลล์ร่างกาย


2. Bitter melon extract (Insumate)
เป็นสารสกัดจากมะระขี้นก (Bitter melon, Monordica Charantia) ช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือด โดยมีกลไกลการออกฤทธิ์คล้ายคลึงกับฮอร์โมนอินซูลิน

3. Gymnema extract
gymnema มีรากศัพท์มาจากคำว่า “gurmar” ในภาษาฮินดู ซึ่งหมายถึงผู้ฆ่าน้ำตาลแล้ว ในผักเชียงดาพบสารสำคัญในกลุ่มไตรเทอร์ปีนซาโปนินที่ชื่อ gymnemic acid ซึ่งมีฤทธิ์ยับยั้งการขนส่งน้ำตาล ชะลอการดูดซึมน้ำตาลบริเวณลำไส้เล็ก นอกจากนี้ gymnemic acid ยังกระตุ้นการสร้างและซ่อมแซมเบต้าเซลล์ที่บริเวณตับอ่อน กระตุ้นให้มีการหลั่งอินซูลินเพิ่มมากขึ้น เป็นผลให้น้ำตาลในเลือดลดลง
สมัยสงครามโลกครั้งที่ 2 ญี่ปุ่นบุกเข้ามาทางภาคเหนือของไทย แล้วได้เจอ ผักเชียงดา ญี่ปุ่นเกิดความสนใจและได้นำเอากลับประเทศไปทำการทดลองทางวิทยาศาสตร์พบว่า ผักเชียงดา มีสารสำคัญที่ช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้อย่างไม่เกิดผลข้างเคียงใด ๆ ต่อร่างกาย ญี่ปุ่นจึงได้นำผักเชียงดาของไทยไปจดสิทธิบัตร ผลิตภัณฑ์ลดน้ำตาลในเลือดและลดไขมันจากผักเชียงดา ทั้งรูปของเครื่องดื่ม และผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
“นักวิทยาศาสตร์ค้นพบว่าผักเชียงดามีฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดมาตั้งแต่ปี 1926 และในปี 1981 มีการยืนยันผลการลดน้ำตาลในเลือดและเพิ่มปริมาณอินซูลินในสัตว์ทดลองและในคนที่เป็นอาสามัครที่แข็งแรง พบว่าผักเชียงดาไปฟื้นฟูเบต้าเซลของตับอ่อน (อวัยวะที่สร้างอินซูลิน) ทำให้ผักเชียงดาสามารถช่วยคุมน้ำตาลได้ในคนเป็นเบาหวานทั้งชนิด type 1และ type 2 และตั้งแต่ในปี 1990 เป็นต้นมามีการศึกษาของนักวิทยาศาสตร์ที่ค้นพบประสิทธิภาพ กลไกออกฤทธิ์ ในการลดน้ำตาลในเลือดและมีการศึกษาความเป็นพิษอย่างมากมาย ยกตัวอย่างเช่น การศึกษาในมหาวิทยาลัยมัทราส ในประเทศอินเดียศึกษาผลของผักเชียงดาในหนูโดยให้สารพิษที่ทำลายเซลเบต้าในตับอ่อนของหนู พบว่าหนูที่ได้รับผักเชียงดาทั้งในรูปของผงแห้งและสารสกัดมีระดับน้ำตาลในเลือดกลับมาเป็นปกติภายใน 20-60 วันระดับอินซูลินกลับมาเป็นปกติ และจำนวนของเบต้าเซลเพิ่มขึ้น”
The U.S. National Library of Medicine (NLM) and the National Institutes of Health (NIH)พบหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ว่าผักเชียงดา สามารถที่จะช่วยคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้ป่วยเบาหวานทั้งชนิด พึ่งอินซูลินและไม่พึ่งอินซูลินได้

4. Moringa extract
มะรุม” เป็นยาฤทธิ์เย็นที่ใช้ลดความดันผู้ป่วยที่มีความร้อนสูงการศึกษาทางเภสัชวิทยาพบว่า ส่วนของใบและรากของมะรุม มีฤทธิ์ในการลดความดันโลหิตได้ รวมทั้งพบสารสำคัญที่ออกฤทธิ์ลดความดันโลหิต เช่น niazinin A, niazinin B, niazimicin และ niaziminin A and B
มะรุมมีฤทธิ์ในการยับยั้งการทำงานของเอนไซม์ที่ใช้ย่อยแป้งให้เป็นน้ำตาลในลำไส้เล็กทำให้การย่อยแป้งเป็นน้ำตาลช้าลง จึงเป็นประโยชน์แก่ผู้ป่วยเบาหวานที่ต้องควบคุมระดับน้ำตาลภายหลังรับประทานอาหาร นอกจากนี้ยังพบด้วยว่าสารสกัดจากใบมะรุมมีฤทธิ์ในการขัดขวางการดูดซึมไขมันกลุ่มคอเลสเตอรอลเข้าสู่ร่างกาย ทำให้คอเลสเตอรอลเข้าสู่กระแสเลือดน้อยล

ฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดจากใบมะรุม
การศึกษาฤทธิ์ลดน้ำตาลในเลือดของสารสกัดจากใบมะรุม (Moringa oleifera Lam) เมื่อป้อนสารสกัดจากใบมะรุมขนาด 150 มก./กก. น้ำหนักตัว ให้แก่หนูที่เป็นเบาหวาน ติดต่อกัน 5 สัปดาห์ สามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดจาก 483 มก./ดล. เหลือเพียง 312 มก./ดล. ร่วมกับการลดระดับไตรกลีเซอไรด์ จาก 42.12 เป็น 23.00 มก./ดล. ระดับคอเลสเตอรอลชนิด LDL จาก 107.21 เป็น 64.25 มก./ดล. รวมถึงเพิ่มระดับอินซูลินจาก 946±92 เป็น 1678±268 พิโคกรัม/มล. นอกจากนี้สารสกัดจากใบมะรุมยังปกป้องความเสียหายของเนื้อเยื่อไต ผ่านการลดระดับสารก่อการอักเสบ ได้แก่ tumor necrosis factor-alpha, interleukin (IL)-1β, IL-6, cyclooxygenase-2 และ nitric oxide synthase
ทั้งหมดนี้แสดงให้เห็นถึงฤทธิ์ทางเภสัชวิทยาของใบมะรุมที่อาจนำมาใช้ในการรักษาเบาหวานได้
อ้างอิง : J Med Food 2017;20(5):502-510 สำนักงานข้อมูลสมุนไพร คณะเภสัชศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

สารสกัดอาหารเสริมช่วยการขับถ่าย


1. Fructooligosaccharide (Meioligo®)
ในปี 1979 ทาง Meiji ได้เริ่มต้นการค้นคว้า เพื่อที่จะหาสารให้ความหวานที่จะมาทดแทน น้ำตาล โดยที่สารให้ความหวานนั้นจะต้องไม่ กระทบต่อน้ำหนักตัวของผู้รับประทาน และสุขภาพฟัน จากการค้นคว้านี้ ทำให้ Meiji ค้นพบว่า สารให้ความหวานตัวนี้ ไม่ได้เป็ น เพียงแค่สารให้ความหวานธรรมดา แต่ยังมี คุณสมบัติเพิ่ม แบคทีเรียตัวดีในลำไส้เล็ก (Intestinal Microflora) และยังช่วยให้ลำไส้มี การเคลื่นไหวเป็นปกติ ซึ่งส่งผลให้ระบบ ขับถ่ายทำงานเป็นปกติเช่นกัน
FOS (FructiOligosaccharide) เป็ นสารให้ความหวานที่สามารถพบได้ทั่วในผัก ผลไม้ เช่น
หัวหอม, มะเขือเทศ, กล้วย, อ้อย เป็นต้น
ไม่เพียงแค่นั้น FOS ยังช่วยเพิ่มการดูดซึม ของแร่ธาตุเข้าสู่ร่างกายเช่น Calcium, Magnesium เป็นต้น
Fructo-Oligosaccharides เป็นชนิดน้ำตาลที่ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีรายงานทางการแพทย์ สนับสนุนมากกว่า 200 ฉบับ และได้รับการยอมรับโดยองค์การอาหารและยาของ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปมากกว่า 20 ปี
FOS เป็นสารที่ได้รับการยอมรับจากหลายประเทศว่ามีประโยชน์ต่อสุขภาพ มีรายงานทางการแพทย์ สนับสนุนมากกว่า 200 ฉบับ และได้รับการยอมรับโดยองค์การอาหารและยาของ ญี่ปุ่น สหรัฐอเมริกา และสหภาพยุโรปมากกว่า 20 ปี มีคุณสมบัติเฉพาะตัว คือ ไม่สามารถย่อยได้ในระบบทางเดินอาหารของมนุษย์ แต่เป็นพรีไบโอติก (prebiotic) สำหรับแบคทีเรียที่มีประโยชน์ในลำไส้ เช่น Bifidobacterium สามารถนำไปใช้ในการเจริญ และยับยั้งการเจริญของแบคทีเรียก่อโรค pathogen และยังผลิตสารที่มีประโยชน์กับร่างกาย
Meioligo® มีความเสถียรต่อการเปลี่ยนแปลงค่า pH ในช่วงกว้าง ทนร้อน และทนต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิได้ดี ซึ่งในกระเพาะอาหารจะมีสภาพเป็นกรด ดังนั้นจึงทำให้ Meioligo® ทนต่อสภาวะดังกล่าว และไม่ถูกย่อยในในระบบย่อยอาหาร สามารถผ่านไปสู้ลำไส้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของระบบย่อยอาหาร โดยเป็นอาหารสำหรับแบคทีเรียดีได้

Meioligo® is effective at lower dosage
หากเรารับประทาน FOS เพียงแค่ 1 กรัม ก็สามารถช่วยให้ จุลินทรีย์ชนิดดี (BifidoBacteria) เจริญเติบโตได้ดี ในขณะ ที่ Hydrolyzed Inulin ต้องใช้ถึง 5 กรัม และ Inulin 8 กรัม ซึ่งปริมาณการรับประทานมากกว่า FOS ถึง 5 เท่า
ดังนั้น ถ้าเราทาน Inulin มากขึ้น เพื่อกระตุ้นให้ จุลินทรีย์ชนิดดี (BifidoBacteria) เจริญเติบโตได้ดี เราก็จะเสี่ยงต่อการเป็นเบาหวานมากขึ้น เช่นเดียวกัน
ในขณะที่ FOS 1 กรัม สามารถให้ประสิทธิภาพ เทียบเท่า Inulin และHydrolyzed inulin และไม่เสี่ยงต่อการเป็น เบาหวานอีกด้วย


ประโยชน์ของ Meioligo®
 เป็นอาหารสําหรับจุลินทรีย์สุขภาพโดยเฉพาะ จึงช่วยเพิ่มปริมาณจุลินทรีย์สุขภาพและลดจำนวนจุลินทรีย์ก่อโรค
 ช่วยเพิ่มมวลอุจจาระ ทำให้อุจจาระชุ่มน้ำ ขับถ่ายออกได้ง่ายขึ้น
 ทำให้การเคลื่อนไหวและบีบตัวของลำไส้ดีขึ้น กากอาหารถูกขับเคลื่อนลงไปและขับถ่ายออกง่ายขึ้น มีกลิ่นเหม็นลดลง
 ป้องกันกระดูกพรุน โรคโลหิตจาง โดยช่วยเพิ่มการดูดกลับของแร่ธาตุสำคัญ เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม และเหล็ก
 ช่วยลดระดับโคเลสเตอรอล โดยหลังจากถูกย่อยสลายด้วยแบคทีเรียชนิดดีในลำไส้จะให้กรดไขมันสายสั้น ซึ่งจะช่วยยับยั้งการสร้างโคเลสเตอรอลที่ตับ
 ช่วยเพิ่มเม็ดเลือดขาว ฟื้นระบบภูมิต้านทานในลำไส้ใหญ่
 ป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่ โดยยับยั้งการสร้างสารก่อมะเร็ง
 ไม่ทำให้อ้วน เพราะไม่มีแคลอรี่

2. Galactooligosaccharide (Gos)
Galactooligosaccharide (Gos) from Korea เป็น Prebiotic ที่มีปริมาณ Gos สูงที่สุดถึง 70 % และมีองค์ประกอบที่สำคัญคือน้ำตาลที่มีโครงสร้างคล้ายกับน้ำตาลที่พบในน้ำนมแม่ คือ Galactosyllactose สูงถึง 40 % สูงกว่าท้องตลาดทั่วไป ซึ่งเป็นองค์ประกอบสำคัญในการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย จึงช่วยเพิ่มภูมิคุ้มกันในร่างกายให้ทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ ปรับสมดุลลำไส้ช่วยให้ขับถ่ายดีขึ้น ทำให้สุขภาพผิวดีขึ้นลดอาการผื่นแดง และเพิ่มการดูดซึมแร่ธาตุที่สำคัญคือ แมกนีเซียม และ แคลเซียม ได้อย่างสมดุล
>>โดยมีการศึกษาพบว่า Galacto Oligosaccharide (Gos) สามารถช่วยกระตุ้นการสร้างจุลินทรีย์ที่ดีในลำไส้ได้มีประสิทธิภาพดีกว่า การรับประทาน probiotic และ synbioticในระยะยาว
>>และมีประสิทธิภาพในการ ช่วยกระตุ้นการสร้าง จุลินทรีย์ที่ดีมากกว่า 10 สายพันธ์ ของ ตระกูล Lactobacilus & Bifidofilus
ตัวอย่างเชื้อที่แข็งแรงและเพิ่มจำนวนมากขึ้นในลำไส้เมื่อรับประทาน Galactooligosaccharide
-Lactobacillus acidophilus KCCM 40265
-Lactobacillus acidophilus IFO 3075
-Lactobacillus acidophilus B-2038
-Lactobacillus acidophilus DDS-1
-Lactobacillus casei KCTC 12452
-Bifidobacterium bifidum
-Bifidobacterium longum
>>พร้อมทั้งยังมีงานในคนพบว่าหลังจากรับประทาน Gos 2 กรัม/ วัน จะช่วยปรับสุขภาพของผิวหน้าให้ดีขึ้น เช่น % moisture เพิ่มขึ้น การอุ้มน้ำเพิ่มขึ้น จุดด่างดำดูจางลง ริ้วรอยจางลง ผิวสุขภาพดีขึ้น
ลักษณะสารสกัดทน pH ต่ำ และทนความร้อนได้ดีกว่า FOS
*** และมีข้อมูลอัพเดตเพิ่มในเรื่องของภาวะอาการแพ้ Lactose ในคนไทยที่มีจำนวนถึง 80% ที่เกิดจากการขาดเอนไซม์ในการย่อยน้ำตาล Lactose คือ เอนไซม์ Galactosidase ซึ่งทางผู้ผลิตได้ให้ข้อมูลว่า การทาน GOS สามารถที่จะไปช่วยกระตุ้นการสร้างเอนไซม์ Galactosidase ได้ค่ะ ทำให้ผู้ที่มีอาการแพ้น้ำตาล Lactose มีอาการที่ดีขึ้น และไม้เกิดอาการท้องอืด ท้องเสีย
3. Artichoke extract (Bilear™)
เป็นพืชเมืองหนาว มีถิ่นกำเนิดในยุโรปเขตเมดิเตอร์เรเนียน มีสรรพคุณทางยา สามารถบริโภคสดหรือปรุงเป็นอาหาร ซึ่งเป็นเมนูสำคัญของงานเลี้ยงทางยุโรป และยังมีการนำมาสกัดสารไซนาริน ลักษณะทรงต้นและใบจะมีขนาดใหญ่โตเต็มที่จะมีขนาด 1.80 เมตร ใบหยักเป็นแฉกลึกสีเขียวอมเทาหรือขาวอมเทา ดอกประกอบไปด้วยกลุ่มของกลีบดอกจำนวนมากเรียงซ้อนกันเป็นชั้น ๆ บนก้านดอกลักษณะของดอกทรงแตกต่างกันไปตามลักษณะสายพันธุ์ ออกดอกในช่วงเดือนเมษายน-พฤษภาคม

สารสำคัญในอาร์ติโชค
อุดมได้ด้วยสารอาหารทางโภชนาการ
วิตามินซีในปริมาณที่สูงมาก วิตามินซีนี้จะเข้าไปช่วยเสริมภูมิต้านทานโรคให้กับร่างกาย โฟเลตและวิตามินบี 6 ที่มีส่วนช่วยในการป้องกันที่เกี่ยวกับหัวใจ โดยที่ทั้งโฟเลตและวิตามินบี 6 นั้นจะเข้าไปทำลายโฮโมชีสทีนที่มีอยู่ในกระแสเลือดออกไป โฮโมชีสทีนนี้เป็นตัวทำลายผนังหลอดเลือดแดงออกเมื่อไม่มีก็จะทำให้หลอดเลือดแข็งแรง ทำให้เลือดไปเลี้ยงหัวใจ
โพแทสเซียม ( Potassium ) ในอาร์ติโชคช่วยในการควบคุมความดันโลหิต ป้องกันเส้นเลือดอุดตันที่มีสาเหตุมาจากไขมันที่สะสมอยู่ตามผนังเส้นเลือด ช่วยลดน้ำตาลในเลือดโดยเปลี่ยนน้ำตาลในกระแสเลือดให้เป็นไกลโคเจนที่เป็นแหล่งพลังงานในกล้ามเนื้อ ลดไขมันและคอเลสเตอรอลที่มีอยู่ในกระแสเลือด และยังช่วยบำรุงตับทำให้ตับทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพดีขึ้น กระตุ้นการผลิตน้ำดีของตับ ทำให้มีการหลั่งน้ำดีเข้ามาช่วยในการย่อยอาหารในส่วนของลำไส้ ลำไส้จึงสามารถย่อยไขมันได้ทั้งหมด ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ แน่นท้องที่มีสาเหตุมาจากอาหารไม่ย่อย และยังป้องกันการเกิดโรคที่เกี่ยวกับตับ เช่น ตับแข็ง ตับอักเสบ ดีซ่าน และถุงน้ำดีอักเสบ ช่วยให้ระบบการขับปัสสาวะเป็นปกติ
ซิไลมาริน ( Silymarin ) เป็นฟลาโวนอยด์ที่อยู่ในอาร์ติโชคมีคุณสมบัติเป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด ช่วยป้องกันการออกซิเดชั่นของไขมันดีให้เปลี่ยนเป็นไขมันเลวที่เป็นสาเหตุของโรคหัวใจ หรือไขมันอุดตันในเส้นเลือดได้
วิตามินซี ( Vitamin C ) ในอาร์ติโชคมีวิตามินซีช่วนในการเสริมสร้างผิว การมองเห็น รักษาแผลและช่วยเรื่องการดูดซึมธาตุเหล็ก
วิตามินเค ( Vitamin K ) วิตามินเคในอาร์ติโชคจะช่วยเรื่องการแข็งตัวของเลือดนอกจากนี้ยังช่วยในการสร้างกระดูก
ประโยชน์ของอาร์ติโชค
1. บำรุงตับ ช่วยกระตุ้นการทำงานของตับ เพื่อช่วยระบบการย่อยอาหาร
2. ป้องกันตับอักเสบ ตับแข็ง ดีซ่าน ถุงน้ำดีอักเสบ
3. ลดไขมัน และลดคอเลสเตอรอลในเลือด
4. ช่วยให้ระบบการทำงานของหัวใจ และหลอดเลือดดีขึ้น
5. ป้องกันความเสี่ยงของไขมันอุดตันเส้นเลือด
6. กระตุ้นการสร้างน้ำดีของตับ เพื่อช่วยลดกรดในลำไส้ และช่วยย่อยไขมัน
7. ลดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ เรอเหม็นเปรี้ยว และลดแก๊สในกระเพาะอาหาร
8. ลดโอกาสในการเป็นโรคโลหิตจาง เบาหวาน และเกาต์


4. Wheat grass extract
คือ ต้นอ่อนหรือต้นกล้าที่เจริญมาจากเมล็ดข้าวสาลี มีชื่อทางวิทยาศาสตร์ว่า Triticum aestivum Wheat grass มีสารอาหาร เช่น vitamin แร่ธาตุ โปรตีน มากกว่าในช่วงที่เป็นเมล็ด ชาวอียิปต์นำ wheat grass มาใช้เพื่อการดูแลสุขภาพ และใช้ในการบำบัดโรค นอกจากนี้ wheat grass ยังได้รับการบันทึกในตำรายาของกรีก โรมัน และจีน โดยชาวจีนเชื่อว่า chlorophyllin ใน wheat grass สามารถฟอกเลือดและทำให้ร่างกายสดชื่นได้
จากการวิเคราะห์ปริมาณสารอาหารในต้นอ่อนข้าวสาลีพบว่า ประกอบด้วยคลอโรฟิลล์ถึงร้อยละ 70 นอกจากนั้นยังพบวิตามินเอ ซีและอี แร่ธาตุต่างๆ เช่น เหล็ก แคลเซียม แมกนีเซียม มีโปรตีนสูงและกรดอะมิโนกว่า 17 ชนิด ต้นอ่อนข้าวสาลี มีฤทธิ์ที่เป็นที่รู้จักไปทั่่วโลกกับสรรพคุณด้านการต่อต้านมะเร็ง
1. เสริมระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย และปกป้องร่างกายจากมะเร็ง หลากหลายงานวิจัยพบว่า Wheatgrass มีฤทธิ์ในการต้านมะเร็ง โดยกลไกที่เข้าไปทำให้เซลล์มะเร็งทำลายตัวเอง (apoptosis) การศึกษานี้ตอกย้ำโดย Integrated Oncology and Palliative Care Unit ในอิสราเอล ที่พบว่า ต้นอ่อนข้าวสาลี สามารถนำมาใช้ร่วมกับโปรแกรมรักษาโรคมะเร็งแบบองค์รวม แม้กระทั่งกับการรักษาแบบคีโมร่วมด้วย อีกทั้งสามารถช่วยป้องกันมะเร็งได้เช่นกัน
ต้นอ่อนข้าวสาลีมีประโยชน์มากต่อการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ช่วยต่อสู้กับความเครียดของเซลล์ที่ถูกทำลายโดยอนุมูลอิสระซึ่งการทำลายนี้ทำให้เกิดการกลายพันธุ์ของเซลล์เป็นเซลล์ร้าย ที่สำคัญพืชชนิดนี้ช่วยบรรเทาผลข้างเคียงจากการรักษาด้วยคีโมบำบัด เช่น ความออ่อนเพลีย เหนื่อยล้า การที่ร้างกายไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ และโรคขาดสารอาหาร รวมไปถึงช่วยโรคเกี่ยวกับระบบเลือด โรคอ้วนและเบาหวาน
Wheatgrass มีเอนไซม์ที่ช่วยต่อสู้กับสารก่อมะเร็ง carcinogens และลดระดับสารพิษจากการแผ่รังสี มลพิษ และโลหะหนักได้อย่างมีประสิทธิภาพ การดื่มน้ำต้นอ่อนข้าวสาลี ควบคู่กับการออกกำลังกายจะช่วยเพิ่มศักยภาพการเติมออกซิเจนให้เลือดและระบบไหลเวียนให้กับร่างกายได้อย่างยอดเยี่ยม
2. ช่วยลดน้ำหนัก หากต้องการลดน้ำหนักไม่มากนัก wheatgrass อาจเป็นคำตอบของคุณ เพราะมี เซเลเนียม ที่จำเป็นต่อการทำงานที่สมบูรณ์ของต่อมไทรอยด์ การศึกษาปี 2556 ใน Clinical Endocrinology พบว่าการเพิ่มสารเซเลเนียมลงในอาหารช่วยแก้ปัญหาการทำงานไม่ปกติของไทรอยด์ได้ รวมทั้งยังเชื่อมโยงไปถึงโรคแพ้ภูมิต้านทานตัวเอง
ไทรอยด์นี้เองเป็นหนึ่งในกุณแจสำคัญของการควบคุมน้ำหนัก ดังนั้นการดื่มน้ำต้นอ่อนข้าวสาลีเป็นประจำหลังตื่นนอนทุกเช้าช่วยให้ไทรอยด์ทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น

3. ลดความอยากอาหาร ต้นอ่อนข้าวสาลีเต็มไปด้วยสารอาหารนานาชนิด รวมทั้งโปรตีนสูง ซึ่งนั่นทำให้ร่างกายรู้สึกอิ่มไม่โหยหาสารอาหารเพิ่มเติม จึงช่วยลดความอยากอาหารได้เป็นอย่างดี บางทีความอยากทานอาหารอาจเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าร่างกายคุณขาดสารอาหารบางชนิด เช่น แมกนีเซียม เหล็ก และ omega 3
การศึกษาโดย Dr. Mike Roussell พบว่าความอยากของหวานจริงๆแล้วสามารถเชื่อมโยงกับการที่ร่างกายขาดแคลเซียมหรือ แมกนีเซียม การดื่มน้ำสกัดจากต้นอ่อนข้าวสาลีทุกเช้าในขณะท้องว่างยังช่วยป้องกันไม่ให้รับประทานอาหารมากเกินพอดีได้เช่นกัน
4. ช่วยดูแลผิวหนัง รักษาสิว ผิวหน้า เพราะต้นอ่อนข้าวสาลีช่วยในการสร้างเซลล์ผิวใหม่ช่วยให้ผิวดูกระจ่างใส สามารถจากการอักเสบของสิว เพื่อความชุ่นชื้นกับผิวที่แห้งกร้าน มีวิธีใช้เพื่อบำรุงผิวมากมายนอกจากการดื่มน้ำ wheatgrass เช่น ใช้น้ำต้นอ่อนข้าวสาลีเทลงในถาดทำน้ำแข็ง แช่แข็งไว้ แล้วนำน้ำแข็งที่ได้มาลูบบริเวณที่เป็นสิว รอยแผลเป็น หรือใช้สำลีชุบน้ำต้นข้าวสาลีเช็ดบริเวณแผล หรือใช้ผสมน้ำอุ่นแช่อาบอย่างน้อย 30 นาทีก็ได้เช่นกัน
ต้นอ่อนข้าวสาลีไม่เพียงแค่จะรักษาแผลได้เท่านั้น แต่ยังสามารถเร่งฟื้นฟูผิวหนังที่ถูกทำลายจากแสงแดดเผาไหม้ได้อีกด้วย เพียงแค่ทาน้ำสกัดจากต้นอ่อนข้าวสาลีลงบนผิวหนังทิ้งไว้ซักพักแล้วเช็ดออก ผิวหนังที่ถูกทำลายจากแสงแดดก็จะได้รับการฟื้นฟู นอกจากนี้ยังช่วย บรรเทาโรคภูมิแพ้ทางผิวหนัง
5. บำรุงเลือด กระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เพิ่มปริมาณออกซิเจนในเลือด ส่งผลให้เลือดหมุนเวียนได้สะดวกมากขึ้น นอกจากนั้นคุณยังสามารถใช้สำลีชุบน้ำสกัดต้นอ่อนข้าวสาลี มาถูบริเวณผิวหน้าและลำคอ เพื่อขยายหลอดเลือดกระตุ้นการไหลเวียนของใบหน้าได้เช่นกัน ด้วยคุณสมบัติของต้นอ่อนข้าวสาลีที่ทรงประสิทธิภาพในการล้างสารพิษ ส่งผลให้เลือดสะอาด ออกซิเจนและเม็ดเลือดแดงอยู่ในระดับสูง ทำให้มะเร็งที่ต้องการสภาพแวดล้อมที่ออกซิเจนต่ำไม่สามารถเติบโตได้ จึงช่วยป้องกันโรคมะเร็งได้เป็นอย่างดี
คลอโรฟิลล์ (Chlorophyll) ที่เป็นองค์ประกอบหลักทำให้ Wheatgrass โดดเด่น ช่วยในการทำความสะอาดตับ และดีท็อกซ์ล้างสารพิษจำพวกโลหะหนักจากร่างกาย ตับคือป้อมปราการด่านแรกที่ช่วยป้องกันสารพิษเข้าสู่ร่างกาย ด้วยสารประกอบส่วนต่างๆของต้นอ่อนข้าวสาลี มีส่วนช่วยในการฟื้นฟูและล้างสารพิษออกจากตับ ช่วยให้ตับสามารถทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ
คลอโรฟิลล์ ยังเป็นสารต้านอนุมูลอิสระช่วยลดการทำร้ายของสารเคมี มลภาวะ อาหารขยะ และเสริมความแข็งแรงของเลือด เพราะมีส่วนประกอบทางเคมีที่คล้ายกัยฮีโมโกลบินในเลือดของคน เมื่อระบบไหลเวียนเลือดดีขึ้น ระดับออกซิเจนในร่างกายสูงขึ้นก็เป็นการส่งผลเพิ่มพลังงานให้กับร่างกาย
6. ลดระดับคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ Wheatgrass ช่วยรักษาระดับไขมัน และระดับคอเลสเตอรอล มีการศึกษาโดย Acta Poloniae Pharmaceutica พบว่า หนูทดลองที่กินอาหารที่มีไขมันสูงและมีภาวะ hyperlipidemia หรือระดับภาวะไขมันในเลือดสูงแต่กินต้นอ่อนข้าวสาลีช่วยลดคอเลสเตอรอลและไตรกลีเซอไรด์ในเลือดได้ อันส่งผลช่วยลดการอักเสบสาเหตุการเกิดโรคตามมาอีกมากมาย การทานอาหารเสริมผงต้นอ่อนข้าวสาลียังช่วยเพิ่มวิตามินซี และกลูต้าไธโอนซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระให้ร่างกาย
7. กำจัดกลิ่นตัว ร่างกายของคนที่ทานอาหารที่มีกากใยน้อยและไม่เพียงพอจะทำให้ระบบย่อยอาหารของร่างกายทำงานได้ไม่ได้ การหมักหมมของอาหาร ไขมันที่ตกค้างในระบบย่อยอาหารนำไปสู่กลิ่นตัวที่ไม่ว่าจะใช้น้ำหอมไหนๆก็แก้ไม่หายขาด มีการค้นพบคุณสมบัติการลดกลิ่นไม่พึงประสงค์ในร่างกายด้วย Wheatgrass นี้มานานหลายปีแล้วตั้งแต่ช่วง 2493 ว่าการรับประทานต้นอ่อนข้าวสาลีเป็นประจำช่วยเพิ่มไฟเบอร์ ทำให้สุขภาพของระบบย่อยอาหารและลำไส้ดีขึ้น จึงช่วยลดกลิ่นตัวได้

5. Gold kiwi powder (Livaux)
สกัดจากผลกีวี่สีทองประเทศนิวซีแลนด์(Actinidia chinensis) Non GMO Livaux เป็นผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์ว่าเป็นส่วนประกอบที่มีประโยชน์ การสกัด Livaux เริ่มจากผลกีวี่สีทองระดับพรีเมี่ยมที่มาจากผู้ปลูกที่ได้รับการรับรองจาก Zespri® โดยเลือกสรรจากการเก็บเกี่ยวจากสวนที่มีคุณภาพของนิวซีแลนด์ จากนั้นเอาผิวและเมล็ดออกให้เหลือแต่ส่วนเนื้อที่เป็นสีทอง ทำแห้งโดยไม่ใส่สารเติมแต่ง ปราศจากสารเคมีและตัวทำละลาย ได้รับการรับรองจาก Kosher และเป็นสามารถระบุได้ว่าเป็นออร์แกนิก
ประโยชน์สำหรับการรับประทาน
-เพิ่มจำนวน F.prau ซึ่งเป็นเชื้อจุลินทรีย์ที่ควบคุมปลายลำไส้ใหญ่ ให้มีคุณภาพที่ดีโดยเป็นพรีไบโอติกแก่แบคทีเรียประจำถิ่น ให้ขับถ่ายสม่ำเสมอ
-เพิ่มอัตราการเคลื่อนไหวของลำไส้ให้เป็นปกติ ไม่ก่อให้เกิดอาการปวดท้อง
-กีวี่สีทองเป็นแหล่งของเส้นใย วิตามินซีธรรมชาติและสารประกอบโพลีฟีนอลิกธรรมชาติที่เป็นสารต่อต้านอนุมูลอิสระแก่ร่างกาย
-สารสกัดมีความปลอดภัย เพราะเป็นสารสารสกัดที่มาจากธรรมชาติ ไม่ใส่สารสังเคราะห์หรือสารเจือปน มีประสิทธิภาพโดยไม่มีผลข้างเคียงและยังปลอดภัยทั้งผู้ใหญ่และเด็ก
-มีรสชาติที่ยอดเยี่ยม กลิ่นหอม ช่วยเพิ่มรสสัมผัสและความรู้สึกในปาก
ผู้ที่เหมาะกับ Livaux
-บุลคลที่มีระดับ F.prau ลดลง
-บุลคลที่มีแนวโน้มที่จะเกิดอาการท้องผูกเล็กน้อยถึงปานกลางรวมถึงผู้สูงอายุที่ท้องผูกจากการได้รับยาบางชนิด
-ชายและหญิงที่มีสุขภาพดีแต่ปรารถนาที่จะรักษาสมดุลและคุณภาพของการเคลื่อนไหวของลำไส้ให้ขับถ่ายสม่ำเสมอและรักษาจุลินทรีย์ในลำไส้ให้แข็งแรง
-บุลคลที่มีภูมิคุ้มกันลดลงหรือต้องการเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันและระบบทางเดินหายใจให้เป็นปกติ
-ผู้ที่ต้องการเพิ่มปริมาณสารต่อต้านอนุมูลอิสระเพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีและโฟลีฟีนอลิก
-ผู้ที่มีความเครียดเล็กน้อยถึงปานกลาง
-เด็กที่ต้องการวิตามินซีจากะรรมชาติเพื่อเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน

อาหารเสริมเสริมโปรตีน รับผลิตเวย์โปรตีน และโปรตีนจากพืช
1. โปรตีนคืออะไร
โปรตีน เป็นหนึ่งในสารอาหาร 5 หมู่ที่ร่างกายจำเป็นต้องได้รับในแต่ละวัน และต้องการในปริมาณมากเช่นเดียวกับคาร์โบไฮเดรตและไขมัน เป็นส่วนประกอบพื้นฐานสำคัญของร่างกายอย่างกล้ามเนื้อ ฮอร์โมน เอนไซม์ เม็ดเลือด กระดูก ผิวหนังและเส้นผม มีหน้าที่สร้างความแข็งแรง ช่วยในการเจริญเติบโต ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย เราสามารถรับโปรตีนเข้าสู่ร่างกายได้ง่ายที่สุดด้วยการทานเนื้อสัตว์ นม ไข่ และพืชตระกูลถั่ว ซึ่งโปรตีน 1 กรัม จะให้พลังงานอยู่ที่ 4 กิโลแคลอรี
2. โปรตีน เกี่ยวข้องกับการลดน้ำหนักอย่างไร
โปรตีนเป็นองค์ประกอบหนึ่งของกล้ามเนื้อ และกล้ามเนื้อเป็นส่วนหนึ่งของการเผาผลาญพลังงาน ถ้าจะพูดให้เข้าใจง่ายๆ คือโปรตีนเป็นตัวเร่งการเผาผลาญนั่นเอง หากร่างกายขาดโปรตีนก็สามารถทำให้น้ำหนักเพิ่มขึ้นได้เพราะองค์ประกอบกล้ามเนื้อที่ลดน้อยลง การเผาผลาญพลังงานจึงลดลงตามไปด้วย นอกจากนี้การได้รับโปรตีนไม่เพียงพอยังทำให้ร่างกายเสื่อมโทรม สุขภาพย่ำแย่ ผิวเหี่ยวและแก่เร็วเพราะไม่มีโปรตีนไปช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอนั่นเอง โปรตีนจึงมีบทบาทสำคัญอย่างมากในการช่วยลดน้ำหนัก
ดังนั้น เราจึงเห็นได้ว่าคนที่ชอบออกกำลังกายหรือเข้าฟิตเนสเป็นประจำต้องทานโปรตีนเพิ่ม เพื่อรักษามวลกล้ามเนื้อที่สูญเสียไปพร้อมกับไขมันในขณะที่ออกกำลังกาย และรักษาระบบการเผาผลาญให้อยู่ในระดับที่สมดุลนั่นเอง ซึ่งการรักษาระดับการเผาผลาญให้ร่างกายคงที่หรือสมดุลเสมอนี้ เป็นอีกเคล็ดลับลดน้ำหนักที่จะช่วยให้ไม่เกิดเอฟเฟคโยโย่ตามมาได้
จากงานวิจัยในปี 2005 โดย Weigle et al. ได้มีการทดลองโดยให้กลุ่มผู้ทดลองกินอาหารโดยเพิ่มปริมาณโปรตีนให้มากขึ้น และกินแป้งกับแคลอรีเท่าเดิม พบว่าผู้เข้าร่วมการทดลองมีความรู้สึกหิวหรืออยากอาหารลดลงในระหว่างวัน นอกจากนี้ยังมีอีกหลายงานวิจัยที่ทดลองให้ผู้เข้าร่วมกินโปรตีนมากกว่าคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ก็พบว่ามีความรู้สึกหิวน้อยลง
ซึ่งจากข้อมูลการวิจัยต่างๆ พบว่าความรู้สึกหิวหรืออยากอาหารลดลงเป็นผลมาจากโปรตีนไปกระตุ้นฮอร์โมนเลปติน (Leptin Hormone) หรือฮอร์โมนแห่งความอิ่มหลั่งออกมาเพิ่มขึ้น จึงทำให้รู้สึกอิ่มไวและอิ่มนานมากขึ้น มากกว่านั้นโปรตีนยังช่วยลดปริมาณฮอร์โมนเกรลิน (Gherlin Hormone) หรือฮอร์โมนแห่งความหิวให้ลดลงได้อีกด้วย ซึ่งเป็นอีกเคล็ดลับลดน้ำหนักที่ให้ผลลัพธ์ที่ดีและมีประสิทธิภาพ
3. แหล่งโปรตีน
ปกติเราสามารถเติมโปรตีนให้กับร่างกายได้ทั้งจากเนื้อสัตว์ นม ไข่ และจากพืชตระกูลถั่ว แต่ปัจจุบันเราสามารถหาโปรตีนกินเสริมได้อย่างสะดวกสบายมากขึ้นในรูปแบบผง ชงพร้อมดื่ม ซึ่งโปรตีนผงเหล่านี้ก็มีทั้งเวย์โปรตีน เคซีนโปรตีน ซึ่งเป็นโปรตีนที่ได้จากนม และโปรตีนถั่วที่ได้จากพืชตระถั่วต่างๆ ซึ่งจะมีราคาสูงกว่า แต่โปรตีนเหล่านี้มีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักได้เป็นอย่างดี อีกทั้งกรดอะมิโนจำเป็นต่อร่างกายที่ได้จากการย่อยโปรตีนก็แตกต่างกัน เพราะฉะนั้น หากอยากมีสุขภาพดีควบคู่ไปกับหุ่นดี แนะนำให้กินโปรตีนจากหลากหลายแหล่ง เพื่อให้ร่างกายได้รับกรดอะมิโนจำเป็นที่แตกต่างกัน
ชนิดของโปรตีน
3.1 Whey Protein เป็นโปรตีนหลักชนิดหนึ่งซึ่งเป็นส่วนประกอบอยู่ในน้ำนม โดยปกติในน้ำนมต่าง ๆ นั้นประกอบด้วยโปรตีน 2 ชนิดหลัก คือ เวย์โปรตีน (Whey Protein) และเคซีนโปรตีน (Casein Protein) เช่น ในน้ำนมแม่จะมีสัดส่วนของเวย์โปรตีนต่อเคซีนโปรตีนเป็น 80:20 ในขณะที่นมวัวทั่วไปจะมีสัดส่วนเวย์โปรตีนต่อเคซีนโปรตีน 20:80 เวย์โปรตีนนั้นอุดมด้วยกรดอะมิโนจำเป็นสูง นอกจากน้ำนมแล้ว อาหารที่อาจมีเวย์โปรตีนเป็นส่วนประกอบยังได้แก่ ไอศกรีม ขนมปัง นมสูตรโปรตีนเวย์ที่ผ่านการย่อยบางส่วน และอาหารอื่น ๆ ซึ่งแต่ละอย่างอาจผ่านกระบวนการปรุงที่หลากหลาย ทำให้มีระดับโปรตีน น้ำตาล แร่ธาตุ และไขมันที่แตกต่างกันออกไป นอกจากนี้ เวย์โปรตีนยังเป็นโปรตีนที่ร่างกายย่อยได้ง่าย และมักนำมาใช้ในรูปแบบอาหารเสริมโปรตีนเพราะเชื่อกันว่า จะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้ระบบภูมิคุ้มกันดีขึ้น ป้องกันการเกิดโรคหัวใจและเบาหวาน รวมทั้งการสูญเสียมวลกระดูก และอีกสารพัดประโยชน์ด้านสุขภาพ
3.2 Plant Protein
โปรตีนจากพืช (Plant-based Protein) คือ โปรตีนที่ได้จากพืชที่มีกรดอะมิโนจำเป็นทั้ง 9 ชนิด (ร่างกายเราผลิตกรดอะมิโนเองได้ 11 ชนิด ซึ่งเรียกว่า “กรดอะมิโนไม่จำเป็น”) หรือโปรตีนสมบูรณ์ที่เกิดจากการผสมผสานระหว่างพืช 2 ชนิดขึ้นไป เพื่อให้ได้กรดอะมิโนครบทั้ง 9 ชนิด

ตัวอย่างพืชที่มีกรดอะมิโนครบทั้ง 9 ชนิด มีดังนี้ครับ
ควินัว (Quinoa): ให้โปรตีน 4.4 กรัม ต่อปริมาณ 100 กรัม (สุก)
ข้าวบัควีท (Buck Wheat): ให้โปรตีน 6 กรัม ต่อปริมาณ 1 ถ้วยตวง (ไม่มีกลูเทน: Gluten Free) คนญี่ปุ่นเขาดัดแปลงไปทำเป็นเส้นโซบะ (Soba Noodles) ด้วยครับ
ถั่วเหลือง (Soy Beans): ถั่วเหลือง (ดิบ) ให้โปรตีนถึง 36 กรัม ต่อปริมาณ 100 กรัม
ข้าวกล้อง (Brown Rice) + ถั่ว (Beans): ข้าวกล้องจะมีกรดอะมิโน เมทิโอนิน (Methionine) สูง แต่จะมี ไลซีน (Lysine) ต่ำ ในขณะที่ ถั่ว เช่น ถั่วเลนทิล และถั่วลูกไก่ จะมีเมทิโอนินต่ำแต่ ไลซีนสูง เมื่อเอามาผสมกัน คนกินพืชก็จะได้โปรตีนที่สมบูรณ์ครับ
เมล็ดเจีย (Chia Seed): เมล็ดเจียแค่ 2 ช้อนโต๊ะ ให้โปรตีนมากถึง 4 กรัม อีกทั้งเมล็ดเจียอัดเม็ดไปด้วยกรดไขมันโอเมก้า 3 (Omega-3 Fatty Acids) ที่มีประโยชน์ และยังอุดมไปด้วยเส้นใยอาหาร (Fiber) ซึ่งมากกว่าเมล็ดแฟล็กซ์ และพืชตระกูลถั่วอื่นๆด้วย

 

4. ประโยชน์การรับประทานโปรตีน
4.1 ป้องกันการเกิดผื่นผิวหนัง ลักษณะผื่นผิวหนังที่ก่อให้เกิดอาการแดงหรือคันในทารกอาจป้องกันได้ด้วยการใช้ประโยชน์จากเวย์โปรตีน มีการศึกษาหนึ่งทดลองกับทารกจำนวน 216 คน ที่มีความเสี่ยงต่อโรคภูมิแพ้ผิวหนังจากอาหารสูง โดยแบ่งกลุ่มให้รับนมสูตรเวย์โปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วน (Partial Whey Hydrolysate Formula) นมวัวธรรมดา หรือนมถั่วเหลืองแทนนมแม่จนอายุ 6 เดือน ผลพบว่าภาวะผื่นผิวหนังมีความรุนแรงน้อยลงในกลุ่มรับประทานนมโปรตีนเวย์ที่ผ่านการย่อยบางส่วน เมื่อเทียบกับทารกอีก 2 กลุ่ม จึงคาดว่าการรับประทานเวย์โปรตีนนั้นมีความเชื่อมโยงกับอัตราเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้และอาการแพ้อาหารในเด็กที่ลดลง
4.2 ป้องกันโรคผื่นภูมิแพ้ผิวหนังจากอาหาร ซึ่งเป็นโรคที่มีความเกี่ยวข้องกับภาวะผื่นผิวหนังข้างต้น เพราะอาจทำให้เด็กมีอาการแพ้จนเกิดผื่นบนผิวหนังขึ้น นอกจากงานวิจัยที่ชี้ว่าการรับประทานนมสูตรเวย์โปรตีนในทารกอาจช่วยลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ ยังมีข้อสรุปจากการทบทวนและวิเคราะห์งานวิจัยเปรียบเทียบประสิทธิภาพของนมวัวและนมสูตรเวย์โปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วนต่อทารกที่เสี่ยงมีอาการแพ้อย่างเป็นระบบ กล่าวว่าทารกกลุ่มที่ได้รับนมสูตรเวย์โปรตีนมีอัตราการเกิดโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ในช่วงอายุก่อน 3 ปีลดลงอย่างมีนัยสำคัญ
เช่นเดียวกับการศึกษาถึงประสิทธิภาพของการใช้นมสูตรเวย์โปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วนกับทารกที่มีความเสี่ยงต่ออาการแพ้สูง จำนวน 58 รายในช่วง 6 เดือนแรกจนถึงอายุ 12 เดือน ผลปรากฏว่าอาการผิวหนังแดงหรือคันลดน้อยลงในกลุ่มที่รับประทานเวย์โปรตีนอย่างมีนัยสำคัญ ทั้งยังมีอัตราการแพ้โปรตีนนมวัวลดลง ทว่าแม้การรับประทานนมเวย์โปรตีนจะลดความเสี่ยงการเกิดโรคผิวหนังอักเสบจากภูมิแพ้ แต่อาจไม่ได้ช่วยรักษาเมื่ออาการของโรคพัฒนาขึ้นแล้ว
อย่างไรก็ตาม วิธีป้องกันโรคภูมิแพ้ผิวหนังจากอาหารในเด็กที่ดีที่สุดก็คือการให้รับประทานนมแม่ โดยมีคำแนะนำว่าเด็กแรกเกิดควรได้รับนมแม่เพียงอย่างเดียวเพื่อลดโอกาสเสี่ยงต่อโรคนี้ เพราะนอกจากในปัจจุบันจะยังไม่สามารถรับรองได้ว่าเวย์โปรตีนช่วยป้องกันอาการแพ้ได้จริง การให้ทารกรับประทานเวย์โปรตีนอาจเสี่ยงทำให้เกิดโรคผื่นผิวหนังในเด็กเสียเอง นมสูตรเวย์โปรตีนที่ผ่านการย่อยบางส่วนจึงควรนำมาใช้เป็นทางเลือกในการลดความเสี่ยงกรณีที่ไม่สามารถรับประทานนมแม่ได้เท่านั้น
4.3 เสริมคุณค่าทางสารอาหาร มีการศึกษาทางวิทยาศาสตร์แนะนำว่าการให้ผู้สูงอายุหรือหญิงที่ออกกำลังกายเสร็จใหม่ ๆ รับประทานเวย์โปรตีน เพราะเชื่อว่า เวย์โปรตีนอาจมีประโยชน์ต่อการบำรุงรักษามวลกระดูกและกล้ามเนื้อ นอกจากนั้น มีการวิจัยพบว่าเวย์โปรตีนช่วยเพิ่มระดับกรดอะมิโนจำเป็นในเลือดและสร้างโปรตีนที่ช่วยในการทำงานของกล้ามเนื้อ ผู้เชี่ยวชาญหลายคนยังคาดว่าเวย์โปรตีนเป็นแหล่งโปรตีนที่ดีเยี่ยม และหากมีการศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติของเวย์โปรตีนในด้านนี้เพิ่มเติมต่อไปก็อาจช่วยยืนยันได้อย่างแน่ชัดยิ่งขึ้น
4.4 เพิ่มน้ำหนักตัวในผู้ติดเชื้อเอชไอวีหรือเอดส์ เนื่องจากเป็นแหล่งอุดมด้วยโปรตีนที่ดี จึงเชื่อว่าโปรตีนเวย์จะช่วยเสริมโภชนาการให้แก่ผู้ป่วยโรคนี้ที่มักมีปัญหาน้ำหนักตัวลดลง การทดลองหนึ่งพบว่าการรับประทานเวย์โปรตีนโดยเน้นให้เป็นส่วนสำคัญของโปรตีนที่ร่างกายได้รับทั้งหมด ด้วยการผสมผงโปรตีนเวย์ลงในเครื่องดื่มของผู้ป่วยในปริมาณ 8.4 กรัมต่อวัน และเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนถึง 39.2 กรัมต่อวัน ให้แก่ผู้ป่วยโรคเอดส์จำนวน 3 คนที่รับประทานอาหารซึ่งมีแคลอรีพอประมาณและมีน้ำหนักตัวคงที่อยู่แล้ว มีส่วนช่วยเพิ่มน้ำหนักตัวและเพิ่มระดับสารกลูต้าไธโอนของเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันให้เป็นปกติ ทว่างานวิจัยดังกล่าวยังในวงแคบเกินกว่าที่จะยืนยันผลการศึกษาได้อย่างชัดเจน แต่ก็นับเป็นแนวทางที่ดีต่อการศึกษาในวงกว้างกว่านี้ต่อไปในอนาคต
4.5 ผิวหนังแดง ตกสะเก็ด จากโรคสะเก็ดเงิน งานวิจัยหนึ่งที่มีผู้เข้าร่วมเป็นผู้ป่วยโรคสะเก็ดเงิน(https://www.pobpad.com/โรคสะเก็ดเงิน)จำนวน 7 คน และจากการให้ผู้เข้าร่วมทั้งหมดรับประทานเวย์โปรตีนชนิดเข้มข้น (Whey Protein Isolate) ที่ไม่ถูกแปรสภาพในปริมาณ 20 กรัมทุก ๆ วัน เป็นเวลา 12 สัปดาห์ เพิ่มเติมจากการรักษาโรควิธีปกติ พบว่าผู้ป่วยต่างมีอาการดีขึ้น ไม่ว่าผู้ป่วยรายนั้น ๆ จะเคยได้รับการรักษาใด ๆ มาก่อนหรือไม่ก็ตาม แต่หลักฐานดังกล่าวยังไม่น่าเชื่อถือเพียงพอ คาดว่าหากในอนาคตมีการศึกษาเกี่ยวกับประสิทธิภาพด้านนี้ของเวย์โปรตีนโดยไม่ใช้การรักษามาตรฐานเข้าช่วยอาจช่วยยืนยันผลลัพธ์ได้แน่ชัดกว่านีh
5. วิธีการรับประทาน
กินตอนออกกำลังกาย : การกินโปรตีนในขณะออกกำลังกายที่มีการใช้แรงต้านสูงอย่างการยกเวท เพาะกาย เป็นการช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้แข็งแรง ลดไขมันได้ดีที่สุด แถมยังช่วยลดอาการบาดเจ็บได้อีกด้วย
กินหลังจากออกกำลังกาย : อ้างอิงจากงานวิจัย International Society of Sports Nutrition การรีบกินโปรตีนภายในเวลา 2 ชั่วโมง หลังการออกกำลังกายจะช่วยสร้างกล้ามเนื้อ อีกทั้งยังเป็นช่วงเวลาที่ร่างกายสามารถดูดซึมโปรตีนและสารอาหารต่างๆ ได้ดี ซึ่งจะช่วยกระตุ้นการเผาผลาญให้ดีได้อย่างต่อเนื่อง
กินตอนเช้า หรือหลังตื่นนอน : ถือเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดของคนกินโปรตีน ลดน้ำหนัก เพราะในขณะที่ท้องว่างร่างกายจะดูดซึมโปรตีนไปใช้ประโยชน์ได้ดีมาก ลดความอยากอาหารในระหว่างวัน และช่วยควบคุมแคลอรีในแต่ละวันได้ดี

 

สารสกัดในส่วน อาหารเสริมโปรตีน
1. Whey Protein
เวย์โปรตีน คือ โปรตีนสกัดจากหางนมที่เหลือจากการผลิตเนยแข็ง เรียกง่ายๆว่าของที่เหลือจากการผลิตชีสนั่นเอง โดยทำการสกัด คาร์โบไฮเดตท ไขมันและแร่ธาตุอื่นๆ ออกไป เพื่อให้ส่วนที่เหลือ เป็นโปรตีนบริสุทธิ์ จากนั้นนำมาผ่านการทำให้ให้เป็นผงโปรตีนเข้มข้น โปรตีนเป็นส่วนสำคัญต่อการ สร้างกล้ามเนื้อและซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอและแหล่ง โปรตีนส่วนใหญ่ก็มาจากอาหารประเภทเนื้อสัตว์ นม ไข่แต่ถ้าหากเราต้องการโปรตีนประมาณ 40 กรัม ผมต้องทานทานเนื้อสัตว์ถึงประมาณ 200 กรัมในขณะที่เป็น เวย์โปรตีน WPC 80 ทานแค่ประมาณ 50 กรัม ปริมาณการทานน้อยลงแต่ได้โปรตีนสูง
จากที่ได้พูดถึง เวย์โปรตีนแล้ว มันมีกี่ชนิดล่ะ ซึ่งเวย์โปรตีนแบ่งออกเป็น 3ชนิด ได้แก่
1.Whey Protein Concentrate คือ เวย์โปรตีน ที่แยกเอาแลกโตส และไขมันออกไป จะมีความเข้มข้น ของ เวย์ โปรตีน มากกว่า 30 – 80 % มีลักษณะเป็นผงสีครีมอ่อน มีรสและกลิ่นแบบธรรมชาติในแบบ นมทั่วไป รสชาติเหมือนนมผงและทานค่อนข้างง่าย
2.Whey Protein Isolate คือ เวย์โปรตีน ที่ผ่านการแยกเอาแลกโตสและไขมันออกไปด้วยกระบวนการประจุไฟฟ้า ทำให้ได้ความเข้มมากกว่าเวย์โปรตีน ชนิดแรก จึงทำให้เหลือแต่โปรตีน และมีความแข้มข้นได้ถึง 90- 99 % มีลักษณะเป็นผงสีครีมอ่อน มีกลิ่นและรสเป็นธรรมชาติแบบนม แต่จะทานยากกว่าแบบแรกเนื่องจากรสชาติที่แย่ลงจากกระบวนการผลิต
3.Hydrolyzed Whey Protein คือ เวย์โปรตีนชนิดที่ 1-2 นำไปผ่านกระบวนการเฉพาะ ทำให้โมเลกุลของเวย์โปรตีนที่มีขนาดใหญ่เล็กลง จึงทำให้ร่างกายเรา ดูดซึมไปใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านการย่อย ลักษณะของเวย์โปรตีนชนิดนี้คือมีรสขมมาก เปรียบเทียบง่ายๆว่า ซอยโปรตีน ยังดีกว่า และราคาแพงที่สุด ซึ่งโดยทั่วไปจะนำไปผสมกับเวย์สองชนิดแรกเพื่อเพิ่มความเข้มของโปรตีน
2. Soy protein
เป็นโปรตีนที่สกัดจากถั่วเหลือง (soybean) ซึ่งเป็นโปรตีนที่สกัดได้จากพืช (plant extract protein) จึงเหมาะสำหรับผู้ที่รับประทานเจ (vegan) และมังสวิรัติ
ประโยชน์ต่อสุขภาพ
• soy protein ประกอบด้วยกรดแอมิโนชนิดจำเป็น (essential amino acid) หลายชนิด จึงช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ
มีปริมาณน้ำตาลแล็กโทส (lactose) ต่ำ จึงเหมาะสำหรับผู้ที่แพ้ผลิตภัณฑ์นม
• มีไฟโตอีสโทรเจน เช่น ไอโซฟลาโวน (Isoflavone) ซึ่งมี เจนิสทีน (genistein) และ เดดซีน (daidzein) ในปริมาณสูง จึงช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงกระดูก และบรรเทาอาการของผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน
• มีสารไฟโตสเตอรอล (phytosterol) และซาโพนิน (saponins) ในปริมาณสูง ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันโรคหลอดเลือดและหัวใจ
• ข้อมูลจากองค์การอาหารและยา ประเทศสหรัฐอเมริกากล่าวว่า การได้รับโปรตีนถั่วเหลือง 25 กรัมต่อวัน ร่วมกับอาหารที่มีไขมันอิ่มตัว และคอเลสเตอรอลต่ำ สามารถลดอัตราเสี่ยงการเกิดโรคหัวใจ และหลอดเลือดได้
3. BCAA (Branched Chain Amino Acids)
กรดอะมิโนจำเป็น (Essential Amino Acid) ที่ร่างกายไม่สามารถสร้างเองได้ ต้องได้จากการรับประทานอาหารเท่านั้น พบได้มากในอาหารจำพวก เนื้อสัตว์, นมและผลิตภัณฑ์จากนม, ไข่ไก่และผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลือง ซึ่งประกอบด้วย
ลิวซีน (Leucine) : กระตุ้นการทำงานของสมอง เพิ่มระดับพลังงานให้แก่ เซลล์กล้ามเนื้อ
ไอโซลิวซีน (Isoleucine) : รักษาและซ่อมแซมเนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ ผิวหนังและกระดูก
วาลีน (Valine) : เร่งการเผาผลาญพลังงานในกล้ามเนื้อและซ่อมแซมเนื้อเยื่อ
มีความสำคัญต่อร่างกายมากเนื่องจากเป็นกรดอะมิโนที่เป็นต้นกำเนิดกล้ามเนื้อทั้งหมดในร่างกาย อีกทั้งยังเป็น สารตั้งต้นในการสร้างกรดอะมิโนบางชนิดเช่น กลูตามีน
BCAAs และกลไกสำคัญสำหรับการสร้างกล้ามเนื้อ
การสังเคราะห์โปรตีน (Protein Anabolism)
BCAA ช่วยกระตุ้นให้มีการหลั่งฮอร์โมนเพื่อการเจริญเติบโต (Growth Hormone) ซึ่งจะกระตุ้นให้เกิดการสร้างโปรตีนมากขึ้น ผลลัพธ์ที่ได้คือ กล้ามเนื้อมีขนาดและจำนวนเพิ่มขึ้น
ลดการสลายของโปรตีน (Protein Catabolism)
BCAA จะไปต่อต้านกระบวนการสลายโปรตีนที่เกิดขึ้นขณะออกกำลังกาย ทำให้กล้ามเนื้อมีความคงทนและแข็งแรงมากขึ้น
เพิ่มพลังงานให้แก่ร่างกาย (Increased Endurance)
เนื่องจากร่างกายสามารถนำ BCAA ที่ได้รับมาเผาผลาญเป็นพลังงานได้โดยตรงจึงทำให้ผู้บริโภครู้สึกแข็งแรงและตื่นตัว ส่งผลให้การฝึกซ้อมหรือการออกกำลังกายได้ในเวลาที่นานขึ้น
ฟื้นฟูและลดการอ่อนล้าของกล้ามเนื้อ (Increases Recovery Rate)
เนื่องจาก BCAA เป็นสารที่ช่วยเพิ่มพลังงานและเป็นสารตั้งต้นของกรดอะมิโนตัวอื่นๆ โดยเฉพาะกลูตามีน ซึ่งเป็นกรดอะมิโนที่เป็นส่วนประกอบหลักของเซลล์กล้ามเนื้อ ทำให้ลดการอ่อนล้าจากการสูญเสียโปรตีนและช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อในส่วนที่บาดเจ็บจากการออกกำลังกายได้


4. วิตามิน (Vitamins)
หลังจากออกกำลังกายเสร็จ กระบวนการซ่อมแซมและสร้างกล้ามเนื้อจะเกิดขึ้นทันทีในระดับเซลล์ (Cellular Level) ซึ่งนอกจากโปรตีนแล้ว วิตามินและแร่ธาตุก็มีส่วนสำคัญในกระบวนการดังกล่าวด้วย จริงอยู่ที่ว่าเราควรกินอาหารให้หลากหลายเพื่อที่จะได้สารอาหารที่ครบทุกชนิด แต่สำหรับวิตามินมันเป็นเรื่องยากมากครับที่จะกินให้พอดีกับความต้องการ ดังนั้น อาหารเสริมจะช่วยให้เราควบคุมปริมาณได้ดีกว่า และส่วนใหญ่ก็จะมีความเข้มข้นสูงซึ่งมากกว่าอาหารสดหลายเท่า
วิตามินเอ (Vitamin A)
ส่วนตัวผมมองว่า วิตามินเอ (Vitamin A) คือ “วิตามินที่ถูกลืม” เพราะคนส่วนใหญ่จะรู้แค่ว่าวิตามินเอมีส่วนช่วยในการมองเห็นเท่านั้น จริงๆแล้วคนออกกำลังกายต้องการวิตามินเอมากกว่าคนปกติ เพราะวิตามินเอมีส่วนช่วยในกระบวนการสังเคราะห์โปรตีน (Protein Synthesis) หรือการสร้างมวลกล้ามเนื้อนั่นเอง
วิตามินเอยังช่วยให้ร่างกายเปลี่ยนโปรตีนเป็นกรดอะมิโนได้ดีขึ้น โดยเฉพาะระหว่างหลังออกกำลังกาย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการสร้างกล้ามเนื้อ
จากการศึกษาพบว่า ระดับวิตามินเอในกระแสเลือดมีความสัมพันธ์กับอัตราการสร้างกล้ามเนื้อ (วิตามินเอสูง = มวลกล้ามเนื้อที่เยอะขึ้น) ในส่วนของฮอร์โมน วิตามินเอยังช่วยให้ผู้หญิงมีระดับฮอร์โมนเทสทอสเตอโรน (Testosterone) หรือฮอร์โมนเพศชายที่ผลิตจากรังไข่ ในปริมาณที่พอเหมาะด้วย ฮอร์โมนนี้ยังมีส่วนสำคัญในการเผาผลาญไขมันและควบคุมน้ำหนักในผู้หญิงด้วยครับ ท้ายสุด วิตามินเอมีส่วนช่วยให้กระดูกแข็งแรงด้วย ซึ่งจะส่งผลดีต่อผู้หญิงที่อายุเลยเลข 3 ขึ้นไป
วิตามินดี (Vitamin D)
วิตามินดี (Vitamin D) ถูกยกให้เป็นวิตามินที่ดีที่สุดและจำเป็นที่สุดในการสร้างกล้ามเนื้อ ร่างกายเราสร้างวิตามินดีขึ้นเองได้ถ้าเราตากแดดนานพอ แต่เราก็อาจจะได้มะเร็งผิวหนังมาเป็นของแถมด้วย อีกอย่าง วิตามินดีไม่ค่อยมีในอาหารที่เรากินประจำ อาหารเสริมจึงเป็นทางเลือกที่ดีกว่า
วิตามินดีมีส่วนสำคัญในการผลิตฮอร์โมนเทสทอสเตอโรน (ฮอร์โมนเพศชาย) ที่ช่วยสร้างความแข็งแรงและมวลกล้ามเนื้อ ท้ายสุด วิตามินดียังช่วยให้กระดูกแข็งแรงและลดความเสี่ยงโรคกระดูกพรุน ในส่วนของสุขภาพกระดูก
ผมแนะนำให้กินควบคู่ไปกับ แคลเซียม (Calcium) และแมกนีเซียม (Magnesium) เพราะสารอาหาร 3 ชนิดนี้ จำเป็นมากต่อสุขภาพกระดูกของผู้หญิง
วิตามินซี (Vitamin C)
วิตามินซี (Vitamin C) เป็นวิตามินที่คนพูดถึงมากที่สุดในโลก เพราะเป็นวิตามินที่ต้านอนุมูลอิสระ (ย้อนวัยและผิวใส) เสริมภูมิคุ้มกัน ลดการติดเชื้อ และช่วยให้หายจากไข้หวัดเร็วขึ้น วิตามินซีอาจจะไม่ได้มีส่วนช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อโดยตรง เพราะมันจะเข้ามาช่วยป้องกันเซลล์กล้ามเนื้อ (Muscle Cell) จากอนุมูลอิสระ (Free Radicals)
นอกจากนี้ วิตามินซียังช่วยสร้างคอลลาเจน (Collagen) ที่เป็นส่วนหนึ่งของเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connective Tissue) เนื้อเยื่อเกี่ยวพันสำคัญมากต่อความแข็งแรงของข้อต่อต่างๆ ถ้าร่างกายเรามีคอลลาเจนที่เพียงพอ ข้อต่อต่างๆก็จะสามารถรับน้ำหนักได้มากขึ้น กระดูกแข็งแรงขึ้น และอาการบาดเจ็บก็จะลดลงด้วย
ผลงานวิจัยจากมหาวิทยาลัย North Carolina University พบว่า นักกีฬาที่เข้าร่วมทดลองที่ได้รับวิตามินซีทั้งก่อนและหลังออกกำลังกาย มีการปวดหรือบวมตามกล้ามเนื้อน้อยลง
วิตามินอี (Vitamin E)
วิตามินอี (Vitamin E) มีจุดเด่นตรงที่ช่วยลดรอยแผลแตกลายและลดปัญหาผิวมากที่สุด แต่ประโยชน์อื่นๆยังมีอีก
การสร้างกล้ามเนื้อจะมากขึ้น ถ้าเซลล์ (กล้ามเนื้อ) ในร่างกายเราต้องทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพในสภาพแวดล้อมที่เหมาะสมตลอดเวลา ซึ่งวิตามินอีจะช่วยให้ปัจจัยเหล่านี้เกิดขึ้นด้วยการกำจัดอนุมูลอิสระออกไป
อนุมูลอิสระ (Free Radical) ในคนออกกำลังกายจะมีมากกว่าปกติ เพราะเราบังคับให้ร่างกายทำงานหนักขึ้น โดยเฉพาะกล้ามเนื้อ ถ้าร่างกายไม่มีตัวช่วยในการกำจัดอนุมูลอิสระเหล่านี้ ไม่ว่าจะเป็นภูมิคุ้มกัน กระบวนการสร้างกล้ามเนื้อ และการฟื้นตัวหลังออกกำลังกายก็อาจจะมีปัญหาได้ ท้ายสุด วิตามินอียังช่วยลดการแข็งตัวของหลอดเลือด ความดันโลหิตโดยรวมจึงลดลง ปัจจัยนี้จะช่วยให้เซลล์ (โดยเฉพาะเซลล์กล้ามเนื้อ) ในร่างกายได้รับออกซิเจนและสารอาหารมากขึ้น และการกำจัดของเสียออกจากเซลล์ก็จะคล่องขึ้นด้วย
วิตามินบี (Vitamin B)
วิตามินบี (Vitamin B) ที่มีส่วนช่วยในการสร้างกล้ามเนื้อมากที่สุด จะมีอยู่ 3 ชนิด นั่นคือ
วิตามินบี 6 (Vitamin B6)
กรดโฟลิก (Folic Acid)
วิตามินบี 12 (Vitamin B12)
งานวิจัยหลายชิ้นพบว่า วิตามินบี 6 และวิตามินบี 12 มีส่วนช่วยให้ร่างกายเราจะนำโปรตีนจากอาหารไปใช้ได้มากขึ้น โดยการสลายโปรตีนให้เป็นกรดอะมิโนต่างๆ
ทั้งวิตามินบี 6 และ 12 มีส่วนสำคัญในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดงและเสริมภูมิคุ้มกันของร่างกายให้แข็งแรง ปัจจัย 2 อย่างนี้เป็นส่วนสำคัญในการสร้างกล้ามเนื้อ ท้ายสุด เราควรกินวิตามินบี 9 หรือ กรดโฟลิก (Folic Acid) เข้าไปด้วย
กรดโฟลิกจะเข้าไปช่วยลด สารโฮโมซีสทีน (Homocysteine) ที่เกิดจากการย่อยสลายโปรตีน
การที่เรามีสารนี้มากๆ ความเสี่ยงโรคหัวใจและความผิดปกติของสมองอาจจะเกิดขึ้นได้ นอกจากนี้ กรดโฟลิกยังช่วยกระตุ้นให้ร่างกายสร้าง ไนตริกออกไซด์ (Nitric Oxide) ที่เป็นตัวช่วยขยายเส้นเลือด (โดยเฉพาะระหว่างออกกำลังกาย) ให้เซลล์ได้รับสารอาหารและออกซิเจนมากขึ้นอีกด้ว
5. Cluster dextrin
(Highly Branched Cyclic Dextrin) คือ ชนิดของเดกตรินรูปแบบใหม่ ที่ได้จากการย่อยสลาย อะไมโลแพกตินด้วยเอนไซม์ (BE,1,4-α-D-glucan: 1,4-α-D-glucan 6-α-D-(1,4-α-D-glucano)-transferase,EC 2.4.1.18)
Ezaki Glico ประสบความสำเร็จในการผลิต Cluster dextrin ที่ใช้เทคโนโลยีทางด้านเอนไซม์ที่ได้รับการรับรองจาก FDA Notified GRAS
คุณสมบัติ
5.1 Cluster dextrin สามารถละลายน้ำได้ดีมีความเสถียรสูงในระหว่างการเก็บรักษา
5.2 ดูดซึมได้อย่างรวดเร็วในกระเพาะอาหาร
5.3 ลดอาการเรอและภาวะท้องอืด
5.4 เพิ่มความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ ให้พลังงาน สามารถทนต่อการออกกำลังกายได้นานขึ้น
5.5 ช่วยลดความเมื่อยล้าของกล้ามเนื้อ
5.6 ช่วยลดภาวะการเกิดการอักเสบของร่างกายหลังจากการออกกำลังกาย

 

อาหารเสริมสำหรับผู้ชาย 

ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศให้ท่านชายทุกวัย เห็นผลชัดเจนเป็นธรรมชาติ โดยเฉพาะผู้ที่มีปัญหาเรื่องอาการหย่อนสมรรถภาพ ช่วยให้ระบบหลอดเลือดสะอาด เพิ่มอารมณ์โรแมนติก รวมทั้งเพิ่มและขยายขนาดจนคุณรู้สึกได้ สดชื่น สดใส แข็งแรงเสมือนกลับคืนสู่วัยรุ่นอีกครั้ง คืนสมรรถภาพทางเพศให้สมบูรณ์ ด้วยกลไกการปรับสมดุลธรรมชาติของร่างกาย 100% และขจัดปัญหาอาการล่มปากอ่าว อาการหลั่งเร็ว ให้ความสมบูรณ์น้ำอสุจิช่วยลดปัญหาการไม่มีความรู้สึกทางเพศ เนื่องจากเป็นสมุนไพรอาหารเสริมที่ออกฤทธิ์คล้ายกับไวอะกร้า คือทำให้อวัยวะเพศแข็งเร็วทนนาน เพิ่มความสุขในการหลั่งน้ำอสุจิได้ดีเยี่ยม และชะลออาการหลั่งก่อนเวลา แต่ไม่มีผลข้างเคียงที่อันตรายเหมือนไวอะกร้า เพราะเป็นสมุนไพรสกัดจากธรรมชาติแท้ๆ หลายชนิด ไม่มีสารเคมีตกค้างในร่างกายและไม่ทำให้เกิดผลข้างเคียงกับร่างกายแต่อย่างใด โดยเน้นสมุนไพรที่มีสรรพคุณช่วยปรับฮอร์โมนเพศชาย บำรุงร่างกาย และเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ ดังนั้น ผู้สูงวัยหรือคนมีโรคประจำตัวก็สามารถรับประทานได้ ให้ผลออกฤทธิ์ และจะยังคงมีฤทธิ์ให้ผลแก่ร่างกายต่อไปอีก จึงสามารถช่วยเรื่องเสื่อมสมรรถภาพได้เป็นอย่างดี
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ชาย เป็นผลิตภัณฑ์ธรรมชาติ ซึ่งมีส่วนผสมของสารสกัดจากธรรมชาติ ที่ออกฤทธิ์กระตุ้นกำหนัดซึ่งมีใช้สืบเนื่องมาตั้งแต่สมัยโบราณ มีความแน่นอนของประสิทธิผลในการใช้ และได้รับการยืนยันผลอย่างแน่ชัดในเรื่องการเพิ่มประสิทธิภาพทางเพศ และยังได้รับการรับรองทางวิทยาศาสตร์ ในแง่ของปฏิกิริยาการออกฤทธิ์ของสมุนไพรแต่ละตัวที่ทดลองแล้วว่าเกิดการกระตุ้นให้ร่างกายมีความกระชุ่มกระชวย เพิ่มประสิทธิภาพทางเพศ กระตุ้นอารมณ์ทางเพศเพื่อช่วยเพิ่มความต้องการในชาย ช่วยปรับความสมดุลของฮอร์โมน ช่วยในการตื่นตัว การแข็งตัว ช่วยเพิ่มน้ำเชื้ออสุจิ และการเคลื่อนไหวของตัวอสุจิ ทำให้น้ำเชื้ออสุจิแข็งแรง สามารถมีเพศสัมพันธ์ได้นานขึ้น แม้ว่าร่างกายอาจเคยมีปัญหาเสื่อมสมรรถภาพมาก่อนก็ตาม เพราะส่วนผสมของสารสกัดสมุนไพรต่างๆ ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ชายจะไปช่วยเพิ่มการไหลเวียนของโลหิตให้มีแรงสูบฉีดดีขึ้น จนโลหิตถูกนำไปเลี้ยงทุกๆ ส่วนต่างๆ ของร่างกายจนถึงอวัยวะเพศ
นอกจากผลิตภัณฑ์เสริมอาหารสำหรับผู้ชายจะช่วยปรับระบบการสูบฉีดโลหิตแล้ว ส่วนผสมของวิตามิน แร่ธาตุ รวมทั้งกรดอะมิโนต่างๆ ที่อยู่ในสารสกัดสมุนไพรยังช่วยปรับสมดุลในสมอง ทำให้จิตใจแจ่มใส รื่นเริง เกิดอารมณ์เพศคึกคัก กระชุ่มกระชวยอีกด้วย ร่างกายสมบูรณ์ยาวนานแม้หยุดทาน อารมณ์แจ่มใส คลายเครียด ช่วยเพิ่มพละกำลังและเสริมความเป็นหนุ่ม ช่วยในการปรับสมดุลฮอร์โมนในเพศชายเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพทางเพศ ทำให้อวัยวะเพศมีขนาดใหญ่ขึ้นถาวรหากใช้ติดต่อกันเป็นประจำ ช่วยแก้ไขอาการอวัยวะเพศไม่แข็งตัว อาการหลั่งเร็ว ช่วยเสริมฮอร์โมนเพศชาย ทำให้ระบบสืบพันธุ์เป็นปกติ ลดปัญหาการมีลูกยาก นอกจากนั้น ผลิตภัณฑ์นี้ยังช่วยแก้ไขปัญหาการเสื่อมสภาพของต่อมลูกหมาก ลดขนาดของต่อมลูกหมาก ช่วยบำรุงและกระตุ้นต่อมมีท่อ เพื่อบรรเทาปัญหาทั้งหลายที่จะเกิดขึ้นกับ ต่อมลูกหมาก โดยเข้าไปช่วยฟื้นฟูต่อมลูกหมากให้กลับมาเป็นปกติ ตลอดจนปัญหาเกี่ยวกับระบบปัสสาวะและลดการอักเสบของท่อปัสสาวะ ปรับระบบไหลเวียนของปัสสาวะ ทำให้มีระบบการไหลของปัสสาวะดี และมีความสมดุลมากขึ้น โดยเข้าไปปรับกล้ามเนื้อเรียบที่อยู่ภายในระบบทางเดินปัสสาวะ ลดการอักเสบของท่อปัสสาวะและต่อมลูกหมาก รวมทั้งควบคุมการหลั่งอสุจิให้ทำงานเป็นไปด้วยดีและไร้ผลข้างเคียงใดๆ ซึ่งเป็นการช่วยบำรุงสุขภาพและเสริมสร้างพลังทางเพศได้ในระยะยาว
ประโยชน์ในเรื่องของสุขภาพทางเพศ ของ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมสำหรับผู้ชาย
1. ช่วยสลายไขมัน และลิ่มเลือด ภายในอวัยวะเพศ
2. ช่วยฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศให้แข็งแร็งอย่างถาวร
3. ช่วยลดอาการหลั่งเร็ว หรืออาการไม่แข็งตัว รวมทั้งอาการเรือล่มปากอ่าว
4. เพิ่มอสุจิ มีบุตรง่าย เพิ่มฮอโมนเพศชาย
5. เพิ่มความสุขในการหลังอสุจิ
6. เพิ่มขนาด อวัยวะเพศให้ใหญ่ขึ้น เพิ่มขนาด ให้ยาวขึ้นอย่างถาวร
ประโยชน์ต่อร่างกาย ในด้านอื่นๆ นอกเหนือจากการที่จะสามารถ เพิ่มขนาด และ การเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ได้อีกด้วย
1. ช่วยปรับระดับความดันให้อยู่ในสภาวะปกติ
2. ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลให้อยู่ในสภาวะปกติ
3. ช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ป้องกันโรคหัวใจ
4. ช่วยป้องกันโรคภูมิแพ้
5. ช่วยให้หลอดเลือดแข็งแรง ป้องกันเส้นเลือดแตก
6. ช่วยปองกันอัมพฤก อัมพาต เบื้องต้น
7. ช่วยขยาดหลอดเลือด ลดอาการปวดเมื่อยตามร่างกาย
8. ช่วยรักษาต่อมลูกหมากโต ปัสสวะ กระปริป กระปรอย
9. ช่วยให้กระปรี้กระเปร่า สดชื่น แข็งแร็ง ชะลอความชรา
ยาเพิ่มขนาด ส่วนผสมที่มากและดีที่สุดในโลก
สามารถให้ความ ใหญ่ยาว อึดแข็ง แรงติดเทอร์โบ ตามใจปราถนา เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถช่วยเสริมสมรรถภาพทางเพศ ให้กับท่านชายได้อย่างรวดเห็นผลทันทีหลังการใช้ ด้วยส่วนผสม ถึง 12 ชนิด ที่มาจากหลายมุมโลก เช่น มดคำภูเขา เพิ่มพลังชาย (Black Ant Enhancement) สุดยอดสารสกัด ยาเพิ่มขนาด ที่ทำให้ขนาดอวัยวะเพศ ใหญ่ ยาว และแขงแร็งขึ้น , มดคำภูเขา เพิ่มพลังชาย (Black Ant Enhancement) สุดยอดสารสกัด ยาเพิ่มขนาด ที่ทำให้ขนาดอวัยวะเพศ ใหญ่ ยาว และแขงแร็งขึ้น พืชพรมมิ สมุนไพร ชนิดนี้สามารถสร้างและฟื้นฟู เซลล์สมองที่เสียหายหรือเสื่อมสภาพ และยังมีสมุนไพรอีกหลายตัว ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัว ด้วยสูตรลับพิเศษ จึงทำให้คุณไม่ผิดหวังแน่นอน

 

สรรพคุณ
1. ทำให้เลือดไหลมาเลี้ยงบริเวณอวัยวะเพศได้มากพอ ทำให้ขนาดของอวัยวะเพศนั้นขยายใหญ่ขึ้นและค้างอยู่นานพอจนกว่าจะมีเพศสัมพันธ์สำเร็จ
2. ช่วยเพิ่มขนาดอวัยวะเพศให้มีขนาดใหญ่ขึ้น ถ้าได้รับประทานอย่างต่อเนื่อง เป็นประจำทุกวัน
3. ออกฤทธิ์กระตุ้นสมอง ระบบประสาทและจิตใจให้ดีขึ้น เพิ่มความกระปรี้กระเปร่า
4. ช่วยเสริมร่างกายด้วยฮอร์โมนเพศชาย เป็นผลพลอยได้จากสมุนไพร เพราะฮอร์โมนเพศชายเป็นตัวกระตุ้นสมองให้ทำงานประสานกับจิตใจให้มีอารมณ์ และส่งสารสื่อประสาทกลับมากระตุ้นให้สมองอีกครั้ง จึงทำให้ฮอร์โมนในร่างกายอยู่ในระดับปกติเสมอหากใช้ต่อเนื่องเป็นประจำ
5. ทำให้มีการเพิ่มของปริมาณน้ำอสุจิและตัวอสุจิ ซึ่งแตกต่างจากยาแผนปัจจุบัน ที่ใช้สารเคมีรักษาโรคเสื่อมสมรรถภาพ
6. เป็นตัวช่วยทำให้มีบุตรได้ง่ายขึ้น เพราะตัวอสุจิแข็งแรงขึ้น จำนวนและน้ำเชื้อของอสุจิเพิ่มขึ้น
7. ช่วยแก้ปัญหาในผู้ชายสูงวัยที่มีอาการปัสสาวะไม่สุด
8. ช่วยป้องกันการเกิดโรคต่างๆ เกี่ยวกับต่อมลูกหมากของท่านชาย

ส่วนประกอบหลักๆ ที่สำคัญคือ
1. เบต้า–กลูแคน (Beta – Glucan) ต่อต้านอนุมูลอิสระ ลดผลข้างเคียงของเคมีบำบัด การฉายแสง
กระตุ้นภูมิคุ้มกันโรค ดูดซับไขมัน (คลอเลสเตอรอล) เพิ่มประสิทธิภาพของตับอ่อน (เบาหวาน) สร้างกากใยอาหาร (การขับถ่าย) ฟื้นฟูสภาพผิว (ริ้วรอย จุดด่างดำ)
2. สารสกัดจากพลูคาว (Houttuynia Extract) ยับยั้งการเจริญเติบโตของเนื้องอก และช่วยต้านความเสื่อมของร่างกายได้ ดอกยอดและใบมีสารฟลาโวนอยด์ มีฤทธิ์ต้านการอักเสบ ช่วยทำให้แผลอักเสบหายเร็วขึ้น รักษาโรคหืด และบำรุงผิวให้ดูอ่อนเยาว์
3. สารสกัดจากกระชายดำ (Krachaidum Extract) บำรุงฮอร์โมนเพศชาย กระตุ้นประสาท ทำให้กระชุ่มกระชวย บำรุงกำลัง เป็นยาอายุวัฒนะ ชะลอความแก่ ขับลม ขับปัสสาวะ แก้โรคกระเพาะอาหาร แก้ท้องอืด ท้องเฟ้อ เนื่องจากรับประทานอาหารไม่เป็นเวลา
4. โสมสกัด (Ginseng Extract) กระตุ้นระบบภูมิคุ้มกันในร่างกายให้แข็งแรง ซึ่งเป็นสารต้านเชื้อไวรัส ช่วยเพิ่มการสร้างพลังงาน ทำให้มีความทนทานต่อการออกกำลังหนักได้ดีขึ้น และทำให้สามารถนำพาออกซิเจนไปใช้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ช่วยฟื้นฟูและเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ อาจถือได้ว่าเป็นไวอะกร้าธรรมชาติ ทำให้อัตราการเต้นของหัวใจเป็นปกติ ลดระดับน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในระดับมาตรฐาน
5. สารสกัดจากเปลือกสน (Pine Bark Extract) จะช่วยลดปฏิกิริยาและการเพิ่มเม็ดสีที่ผิวหนังเมื่อถูกแสงแดด สารโอพีซีในเปลือกสนสกัดสามารถลดขนาดและความเข้มของฝ้า โดยไม่มีผลข้างเคียงกับผิวบริเวณอื่นเลย ยิ่งไปกว่านั้นยังช่วยยับยั้งการก่อมะเร็งที่เกิดจากการสัมผัสหรือกระตุ้นด้วยสารเคมีอีกด้วย
6. สารสกัดจากพริกไทยดำ (Black Pepper Extract) ช่วยขับลม เสมหะ ขับเหงื่อ ขับปัสสาวะ แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ บำรุงธาตุ แก้อาการอาหารไม่ย่อย
ทานอย่างไรให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุด การทานผลิตภัณฑ์เสริมสำหรับผู้ชายเพื่อให้ได้ผลสูงสุด เราจะแยกได้เป็น 2 กรณี คือ เพื่อการเพิ่มขนาด และเพื่อการเฉพาะกิจ

7. มดดำภูเขา : สุดยอดสารสกัดทำสามารถทำให้อวัยวะเพศของชายสามารถใหญ่ ยาวขึ้นได้อย่างรวดเร็วดังใจคิด และมีความแข็งแรงขึ้น 100% ผลิตจากกระบวนการที่ทันสมัยที่สุด ในการสกัดฮอร์โมน ที่เรียกว่า เอนโดรเจน ( ที่สามารถช่วยกระต้นความเป็นชาย หรือฮอโมนเพศชาย ) ด้วยกรบวนการทางธรรมชาติ เพื่อให้ได้ฮอร์โมน เอนโรเจนที่สมบูรณ์ และบริสุทธิ์ ที่สุด เมื่อนำมาผสมรวมกับ สมุนไพรชั้นยอดที่เราคัดสรรมา อีกหลายชนิด จะทำให้ สามารถกระต้นหลอดเลือดดำ ที่อวัยวะเพศได้มากขึ้น ทำให้การไหลเวียนเลือดได้เร็วและปริมาณมากขึ้น ซึ่งจะส่งผลโดยตรงทำให้อวัยวะเพศ มีขนาดใหย๋ยาวขึ้นอย่างเห็นได้ชัดในเวลาอันรวดเร็ว
8. รากตงกัสอารี (Tongkat Ali) : ตงกัสอารี ตงกัสอารี เป็นสมุนไพรที่ได้จากประเทศม มาเลเซีย และได้รับการจดสิทธิบัตรจาก อเมริกาปี 2003 สรรพคุณช่วยในเรื่อง
– ฟื้นฟูและเพิ่มมรรถภาพทางเพศ ,เพิ่มระดับฮอร์โมนเพศชายและฮอร์โมนเร่งการเจริญเติบโต, ปลุกเร้าทางเพศและมีความคงทนในเพศสัมพันธ์,เพิ่มกล้ามเนื้อและความเข็มแข็ง,ต้านเชื้อ HIV ,ต้านมะเร็ง ,ป้องล้านในเพศชายกันมาเลเรีย ,ล้างสารพิษ ยาเสพติด ถอนพิษยาเบื่อ ยาเมา , แก้ปวดเมื่อยตามร่างกายทั่วไป ,รักษาอาการปวดหัว
9. พืชพรมมิ : เป็นพืชสมุนไพรที่สามารถพบได้ ในประเทศอินเดีย ซึ่งสมุนไพรดังกล่าวถูกใช้เป็ยสมุนสมุนไพรเพื่อบำรุงด้วนความจำ ฟื้นฟูเกี่ยวกับเซลสมอง เพื่อเพิ่มความจำให้กับคนปว่ยที่ได้รับผลกระทบทางสมอง สามารถนำมารักษาอาการของโรคอัลไซม์เมอร์ด้วย
10. โยฮีมบีน : เป็นสมุนไพรที่ช่วยในเรื่องของ การบำรุงเลือด บำรุงไต ควบคุมความดันให้เป็นปกติฟื้นฟูระบบขับถ่ายของร่างกาย ฟื้นฟูกล้ามเนื้อต่างๆของร่างกาย ในรายที่เป็นอัมพฤษ์เบื้องต้นหรือเริ่มเป็น
– ช่วยในเรื่องของการบำรุง ม้าม บำรุงไต ความคุมการขับปัศวะให้เป็นปกติในรายที่ปัสวะไม่สุด ปัสวะกระปิบกระปรอย
- ช่วยขยายหลอดเลือด ทำให้เลือดหมุนเวียนดีขึ้น
- ระงับการปวดชาตามร่างกาย ในกรณีขับรถนานๆๆ ออกกำลังกายมาเกินไป
- ช่วยให้อวัยวะเพศแข็งตัวเร็ว ลดอาการหลังเร็ว
- ฟื้นฟูสมรรถภาพทางเพศ ในรายที่ที่อวัยวะเพสใช้งานไม่ได้ และชะลลอการหลังเร็ว
11 .หญ้าแพะ : เป็นสมุนไพรที่ช่วยในเรื่องของการเพิ่มฮอร์โมนเพศ การเพิ่มจำนวนสเปิร์ม เสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศ ให้ไวต่อสิ่งเร้า ทำให้อวัยวะเพศขยายตัว และแข็งตัวได้อย่างรวดเร็ว ลดอาการหลั่งเร็ว เพิ่มอสุจิ ทำให้มีบุตรง่าย และเพิ่มความสุขในการหลั่ง
12. มุยร่า พูม่า เป็นสมุนไพรที่ได้มาจากแถบปรเทศ อเมริกากลาง บราซิล และเอเซีย ช่วยในเรื่องของบำรุงร่างกาย และเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ ทำให้เลือดเข้าไปเลี้ยงอวัยวะเพศได้อย่างต่อเนื่องและยาวนานยิ่งขึ้น ซึ่งจะส่งผลสามารถทำให้อวัยวะเพศมีขนาดใหญ่ขึ้น
13. แอล อาร์ จินิน : เป็นสารที่จำเป็นอย่างมากในเรื่องของ สุขภาพทางเพศ ทั้งชายและหญิงช่วยในเรื่องของการไหลเวียนของหลอดเลือดเข้าสู่ระบบต่างๆ ช่วยเพิ่มโกรทฮอร์โมน ทำให้ร่างกายมีพลังงานระบบภูมิคุ้มกันโรคเสริมสร้างและฟื้นฟูกล้ามเนื้อ ในรายที่เป็น อัมพฤตให้แข็งแร็งขึ้นสลายไขมัน ลิ่มเลือดในอวัยวะเพศ เพิ่มน้ำอสุจิ และช่ายเสริมสร้างความสุขทางเพศได้ดียิ่งขึ้น
14. ยังมีสมุนไพรอื่นๆ ที่เป็นประโยชน์อีกเช่น เปลือกคาทูบา รากมาค่า เมล็ดโคล่า ซึ่งได้รับคำบอกกล่าวถึงสรรพคุณที่สามารถเสริมพลังทางเพศให้อึดทน มีเรี่ยวมีแรงเหมือนวันรุ่นอยู่เสมอ


1. ในกรณีที่ทานเพื่อเพิ่มขนาดและบำรุงสุขภาพในระยะยาว
- ในช่วง 2 สัปดาห์แรก ให้ทานครั้งละ 2 แคปซูล ก่อนนอนทุกวัน และหลังจากผ่านไป 2 สัปดาห์แล้ว ปรับเป็นทานครั้งละ 1 แคปซูล ก่อนนอน เป็นประจำ จะช่วยเพิ่มขนาดและความแข็งแรงของอวัยวะเพศ ช่วยบำรุงต่อมลูกหมาก ช่วยให้อาการเกี่ยวกับปัสสาวะบ่อย ปัสสาวะไม่ออก ลดลง ช่วยเสริมฮอร์โมนเพศชาย ทำให้ระบบสืบพันธุ์เป็นปกติ ลดปัญหาการมีลูกยาก
2. ในกรณีที่ทานเพื่อการเฉพาะกิจ
- ทานครั้งละ 1-2 แคปซูล ตอนท้องว่าง ก่อนจะมีเพศสัมพันธ์ประมาณ 30 นาที – 1 ชั่วโมง ถ้าให้ยาออกฤทธิ์ดีที่สุดควรงดดื่มแอลกอฮอล์ และอาหารมื้อนั้นควรเป็นมื้อเบาๆ ไม่หนักเกินไป ยาจะออกฤทธิ์ได้เต็มที่ โดยมี เคล็ดลับว่าต้องวอร์มก่อน คือเริ่มเล้าโลมก่อนปฏิบัติการ เรียกว่าต้องมีการเรียกน้ำย่อยก่อนปฏิบัติจริง ทำให้เป็นไปตามธรรมชาติ สร้างความพอใจและโรแมนติกแก่ทั้งคู่ การออกฤทธิ์จะอยู่ได้นาน
หมายเหตุ
ผลิตภัณฑ์นี้เป็นอาหารเสริม ไม่มีฤทธิ์ในการรักษาโรคให้หายขาดได้ ผลลัพธ์อาจมีผลแต่ละบุคคลแตกต่างกันไปบ้าง ขึ้นอยู่กับสุขภาพและวัยควรได้รับสารอาหารที่เป็นประโยชน์ต่อร่างกายจากการบริโภคอาหารหลักให้ครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ

 

อาหาร เสริม ลด สิว 

กลไกการเกิดสิว
ผิวหนังของคนเราจะมีต่อมไขมันอยู่ใต้ผิวหนัง ซึ่งมีหน้าที่สร้างน้ำมันและไขมัน น้ำมันและไขมันที่ถูกสร้างขึ้นนี้จะถูกขับออกทางท่อน้ำมันซึ่งมีรูเปิดเดียวกับรูขุมขนเมื่อมีการกระตุ้นต่อมไขมัน น้ำมันและไขมันจะถูกสร้างมากขึ้น หากระบายออกจากท่อไขมันไม่ทัน จะเกิดการสะสมและค้างในรูขุมขน น้ำมันและไขมันก็จะกระตุ้นให้เซลล์ผิวหนังบริเวณดังกล่าวสร้างสารเคราตินมากขึ้น สารเคราตินก็จะจับตัวแน่นกับน้ำมันและไขมัน เกิดเป็นสิวอุดตัน ที่เรียกว่า โคมิโดน ต่อมาการอุดตันนั้นทำให้เกิดสภาพไร้ออกซิเจนในรูขุมขน แบคทีเรียที่ทำให้เกิดสิว หรือโพรพิโอนิแบคทีเรียม แอคเน่ จะเจริญเติบโตได้ดี และทำให้เกิดการย่อยสลายไขมันและเป็นจุดเริ่มต้นของสิวอักเสบ จะเห็นได้ว่าสิวมักเกิดขึ้นบริเวณใบหน้า หน้าอก หลังช่วงบน ไหล่ ซึ่งเป็นบริเวณที่ต่อมไขมันทำงานมาก
ชนิดของสิว
1. สิวที่ไม่มีการอักเสบ เช่น สิวอุดตันหัวขาว (สิวอุดตันหัวปิด) สิวอุดตันหัวดำ (สิวอุดตันหัวเปิด)
2. สิวที่มีการอักเสบ เช่น สิวที่เป็นตุ่มแดง (สิวอักเสบ) สิวที่มีหนอง (สิวตุ่มหนอง) สิวอักเสบขนาดใหญ่ (สิวหัวช้าง) และสิวที่มีการทำลายของผิวข้างในจนเป็นโพรงคล้ายซีสต์
สาเหตุของการเกิดสิว
การเปลี่ยนแปลงของฮอร์โมนเป็นปัจจัยสำคัญอันหนึ่ง โดยระดับฮอร์โมนแอนโดรเจน จะมีระดับสูงในช่วงวัยรุ่นโดยเฉพาะเพศชาย ทำให้เราพบสิวในช่วงอายุนี้มากกว่าช่วงอื่น ฮอร์โมนนี้จะไปกระตุ้นให้ต่อมไขมันมีขนาดใหญ่ขึ้น มีการสร้างไขมันออกมามากขึ้น และในขณะที่น้ำมันเดินทางจากต่อมไขมันสู่ปากรูขุมขน เกิดไปผสมเข้ากับแบคทีเรียและเซลล์ผิวที่ตายแล้วซึ่งอยู่ในรูขุมขน ทำให้เกิดการอุดตันของรูขุมขนกลายเป็นสิวอุดตัน ระหว่างนั้นเม็ดเลือดขาวในร่างกายจะออกมากำจัดแบคทีเรีย ทำให้สิวอักเสบ เกิดเป็นตุ่มแดง บวม เจ็บ และเป็นหัวหนองในที่สุด
ผู้หญิงบางคน อาจมีสิวเห่อมากขึ้นในระยะก่อนมีประจำเดือนได้ เนื่องจากระดับฮอร์โมนโปรเจสเตอโรนที่เพิ่มสูงขึ้น ทำให้มีการบวมของรูขุมขนและการคั่งของน้ำในร่างกาย นอกจากนี้การหลุดลอกของผิวหนังที่ผิดปกติ ทำให้มีการหนาตัวของผิวหนังบริเวณปากรูขุมขนและแบคทีเรียที่สำคัญคือ Propionibacterium acne ก็เป็นปัจจัยที่กระตุ้นทำให้เกิดสิวได้ด้วย
นอกจากนี้การใช้เครื่องสำอางก็เป็นสาเหตุหนึ่ง ที่ทำให้เกิดสิวอุดตันและเกิดเป็นสิวอักเสบตามมา ดังนั้นในคนที่มีโอกาสเป็นสิวง่าย แนะนำให้พยายามใช้เครื่องสำอางให้น้อยที่สุดเท่าที่จะทำได้ ถ้าจำเป็นต้องใช้ให้เลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่ปราศจากน้ำมัน(oil-free) และควรจะเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุว่าไม่ทำให้เกิดสิวอุดตันหรือสิวอักเสบ(noncomedogenic และ non-acnegenic)ซึ่งจะไม่ทำให้เกิดสิวหัวเปิดหรือสิวหัวปิด นอกจากนี้การใช้สเปรย์หรือเจลบำรุงเส้นผม ควรหลีกเลี่ยงการสัมผัสบริเวณใบหน้า
และสุดท้ายสาเหตุจากกรรมพันธุ์ พบว่าถ้าบุคคลในครอบครัวเป็นสิวและมีสภาพผิวมัน จะมีโอกาสเป็นสิวได้มากกว่าผิวชนิดอื่น ๆ โดยทั่วไปผู้ที่ผิวมันจะมีรูขุมขนกว้าง ผิวหยาบ รวมทั้งหน้ามันเยิ้ม ทำให้สกปรกง่ายต่อการเกิดสิว

วิธีการห่างไกลสิว
1.ทำความสะอาดร่างกายและใบหน้าทุกวัน แต่ระวังไม่ควรล้างหน้าบ่อยหรือขัดถูผิวหน้ามากเกินไป เพราะจะทำให้ผิวหนังเสียสมดุล การล้างหน้าควรล้างเพียงวันละ 2 ครั้ง เช้า เย็น ยกเว้นช่วงที่เสียเหงื่อจากการเล่นกีฬา ออกกำลังกาย หรือช่วงที่คิดว่าผิวหนังสกปรก
2.รับประทานผักผลไม้ หลีกเลี่ยงอาหารรสหวานจัด
3.ออกกำลังกาย
4.พักผ่อนให้เพียงพอ
5.ทำจิตใจให้แจ่มใสอยู่เสมอ อย่าเครียด ซึ่งความเครียดเป็นสาเหตุของการเกิดสิว

สารสกัดที่ช่วยเรื่องลดสิว
GOTU KOLA EXTRACT (ใบบัวบก)
ใบบัวบก เป็นพืชสมุนไพรที่ให้สารในกลุ่มไตรเทอปินอยด์ไกลโคไซด์ (Triterpenoid glycoside) หลายชนิดเช่นกรดเอเชียติก (Asiatic acid) สารเอเชียติโคไซด์ (Asiaticoside) และกรดแมดิแคสซิค (Made cassic acid) หรือสารแมดิแคสซอล (Madecassol ที่ให้ผลต้านการเกิดปฏิกิริยาออกซิเดชัน (Antioxidation) ซึ่งส่งผลในการลดความเสื่อมของเซลล์อวัยวะต่างๆของร่างกายได้และยังพบว่าสารไกลโคไซด์เหล่านี้ยังช่วยเร่งการสร้างสารคอลลาเจน (Collagen) ที่เป็นโครงสร้างของผิวหนังจึงถูกนำมาใช้ประโยชน์ในการกระตุ้นให้แผลสมานตัวได้เร็วอีกทั้งมีรายงานว่าใบบัวบกมีประโยชน์ทางการแพทย์มากมาย ได้แก่ ช่วยบำรุงประสาทและความจำบำรุงหัวใจบำรุงตับไตและสมองช่วยขับปัสสาวะรักษาบาดแผลแผลเปื่อยแก้โรคเรื้อนแก้บิดแก้อาการปวดศีรษะและเป็นไข้นอกจากนี้บัวบกยังมีคุณค่าทางอาหารเป็นอย่างมากเนื่องจากมีวิตามินหลายชนิด ได้แก่ วิตามินอะมิน (วิตามินบี 1) ไรโบฟลาวิน (วิตามินบี 2) ไนอะซิน (วิตามินบี 3) วิตามินซีกรดอะมิโนต่างๆ ได้แก่ แอสพาเตรตกลูตาเมตเซอรีนทรีโอนีนอะลานีนไลซีนฮีสที่ดินและมีธาตุแคลเซียมฟอสฟอรัสเหล็กในปริมาณสูงเช่นกันจึงนับว่าเป็นสมุนไพรที่มีคุณประโยชน์อย่างยิ่ง การรักษาสิว และจุดด่างดำด้วยใบบัวบก ที่ถือเป็นอีกหนึ่งสุดยอดสมุนไพรไทย ซึ่งเหมาะสำหรับผู้ที่ชอบรักษาสิว ด้วยวิธีทางธรรมชาติ
Kiwi seed extract (เมล็ดกีวี)
กีวีมีชื่อวิทยาศาสตร์ Actinidia chinensis กีวีอุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิดอย่างเช่นวิตามินเอ ซี อี เค บี1 บี2 บี3 บี6 บี9 แคลเซียม เหล็ก แมกนีเซียม ฟอสฟอรัส โพแทสเซียม โซเดียม สังกะสี แมงกานีส เป็นต้นโดยจัดเป็นผลไม้ที่มีวิตามินสูงมาก OryzaOil & Fat Chemical Japan จึงนำ Kiwi seed extract หรือสารสกัดจากเมล็ดกีวีมาศึกษาวิจัยซึ่งค้นพบว่าใน Kiwi Seed extract มีสารสำคัญคือ Polyphenol และ Quercitrin ซึ่งเป็นสารที่ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระลดการอักเสบของผิวและลดจุดด่างดำ
สารสกัดจากเมล็ดกีวียับยั้งที่สาเหตุของสิวโดยเฉพาะ
1. จะไปยับยั้งกลไก alpha reductase ไม่ให้ฮอร์โมนเทสเทโตรโรนเปลี่ยนเป็น DHT มีผลยับยั้งการผลิตต่อมไขมันที่มากเกินความจำเป็นซึ่งจะรู้สึกว่าหน้ามันน้อยลง
2. สารสกัดจากเมล็ดกีวี่ยังยับยั้งการเจริญของ P.ance จากการทดสอบโดยผู้ที่เป็นสิวพบว่าเมื่อรับประทาน Kiwi seed extract เป็นระยะเวลา 2 สัปดาห์สิวอักเสบมีขนาดเล็กลงและรอยดำดูจางลง

ARTICHOKE EXTRACT
- อาร์ติโชคมีสาร antioxidant สูง นำไปเป็นส่วนผสมในครีม เครื่องสำอาง และยาสมุนไพรมาแล้ว และได้ประโยชน์อย่างเต็มเปี่ยม ช่วยให้ผิวพรรณเปร่งปรั่ง
- ในอาร์ติโชคมีวิตามินซี ช่วยในการเสริมสร้างผิว และรักษาแผลได้
- อุดมด้วยสารแอนตี้ออกซิแดนท์ ช่วยป้องกันมะเร็ง และชะลอความชรา อาร์ติโชค มีสารไฟโตนิวเทรียนต์ซึ่งมีฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ช่วยป้องกันมะเร็ง โรคหัวใจ ช่วยชะลอความชรา ช่วยฟื้นฟูเซลล์เนื้อเยื่อตับ
- ลดไขมันเลว LDL เพิ่มไขมันดี HDL และลดไตรกลีเซอไรด์ได้โดยไม่มีผลร้ายต่อตับจากสารไซนารินที่มีอยู่ในอาร์ติโช๊ค
- ช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด มีสารอินนูลินปริมาณสูง เป็นสารกลุ่มโพลีแซคคาไรด์ เหมาะสำหรับคนเป็นโรคเบาหวาน เมื่อทานแล้วช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือดได้ดีกว่าเดิม
Houttuynia Cordata Extract (Acnebuster)
Houttuynia Cordata (Dokudami Extract) สารสกัดจากพลูคาว (โดคุดามิ) เป็นพืชพื้นเมืองที่โตในประเทศญี่ปุ่น, ไม่มีการใช้ยาฆ่าแมลงในกระบวนการปลูก ผลิตภัณฑ์ที่สกัดออกมาไม่มีสารตกค้างจากยาฆ่าแมลง รวมถึงใช้การสกัดด้วยน้ำ ไม่มีการใช้สารเคมีซึ่งปลอดภัยต่อผู้บริโภค ใช้รับประทานเพื่อดูแลสุขภาพผิวโดยเฉพาะการยับยั้งการเกิดสิวในระยะยาว จากผลการทดสอบในคนพบว่าช่วยในเรื่องการลดอาการและยับยั้งการเกิดการอักเสบของสิวและฮอร์โมนเพศชาย รวมถึงช่วยป้องกันการเกิดสิวในบริเวณใบหน้าด้วย มีสาร Quercitrin (เควอซิทิน) เป็นสารออกฤทธิ์หลักที่เราสามารถสกัดออกมาได้มากที่สุด และมีการควบคุมคุณภาพอย่างดีจนสามารถใช้ในการป้องกันการเกิดสิวได้
ป้องกันและลดอาการอักเสบ
• ป้องกันองค์ประกอบที่ทำให้เกิดสิว
• ยับยั้ง Hyaluronidase
• ยับยั้งการปลดปล่อยฮอร์โมนฮิสตามีน (Histamine)
• ยับยั้งการเกิด PCA reaction
ยับยั้งผลที่เกิดจากฮอร์โมนเพศชาย
• ยับยั้งเอนไซม์ 5α-reductase

 

Visitors: 3,499,988